<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>เด็กน้อย(อยาก)ไปเรียนนอก</title>
	<atom:link href="http://akira7.bloggoo.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://akira7.bloggoo.com</link>
	<description>ฝันให้ไกล แล้วกระแดะไปให้ถึง!</description>
	<pubDate>Wed, 17 Jun 2009 09:26:50 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.6.5</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>ว่าระบบการศึกษาแคนาดา</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2009/06/17/22canadaedu/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2009/06/17/22canadaedu/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2009 09:26:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[articles]]></category>

		<category><![CDATA[canada]]></category>

		<category><![CDATA[education system]]></category>

		<category><![CDATA[ระบบการศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[แคนาดา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=256</guid>
		<description><![CDATA[คงจะแปลกพิลึกน่าดูถ้าผู้อ่านทราบว่าผมกำลังจะไปเรียนต่อที่แคนาดา แต่ผมไม่เคยเอ่ยถึงระบบการศึกษาของแคนาดาเลยซักครั้ง ทั้งที่ผมเคยเขียนถึงระบบที่อังกฤษมาแล้ว
จริงๆก็ลำบากที่จะลงรายละเอียดเหมือนกันครับ เพราะว่าแต่ละรัฐเขารับผิดชอบการศึกษาของเขาเอง นั่นหมายความว่าการศึกษาหรือการสมัครอาจจะแตกต่างกันตามแต่ละรัฐ ยังไม่นับว่าที่แคนาดาไม่มีระบบสอบเข้ากลาง นั่นคือแต่ละมหาวิทยาลัยจะจัดการรับนักศึกษาเองและตั้งมาตรฐานของตัวเอง แต่โดยภาพรวมแล้วระบบของเขาคล้ายของอเมริกาหรือบ้านเรามากทีเดียวครับ นั่นคือมีการเรียนขั้นพื้นฐาน 9 ปี จากนั้นจึงเป็น secondary education นั่นคือระดับมัธยมปลายของบ้านเรา
สถาบันระดับ post secondary ของแคนาดามีชื่อเรียกหลากหลายและให้ปริญญาบัตรที่ชื่อต่างกันครับ
colleges, community colleges, technical and vocational institutions : เป็นการเรียนแบบหนักไปทางสายอาชีพ กลุ่มนี้จะให้ diploma หรือ certificates ใช้เวลาเรียนตั้งแต่ 1-3ปี
universities, university colleges and institutes : จบจากกลุ่มนี้จะได้ Bachelor&#8217;s Degree หรือก็คือปริญญาตรีบ้านเรานั่นเอง เวลาเรียน 3-4ปีแล้วแต่รัฐและหลักสูตร สำหรับ university college จะเป็นพวกลูกผสมครับ คือมีทั้งวิชาการแบบมหาวิทยาลัยและการประยุกต์สู่สายอาชีพแบบcollege
แต่มีแต่วุฒิปริญญาตรีเท่านั้นนะครับ ที่ต่อขึ้นไปที่ป.โท ป.เอก ได้ สำหรับคนที่จบแบบ diploma มา ก็ต้องอัพเลเวลขึ้นให้ได้ปริญญาตรีก่อนถึงจะเรียนต่อได้

Master’s [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2009/06/17/22canadaedu/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ศึกษาต่อ New Zealand : U of Waitako, Victoria U of Wellington, U of Otago และสัมมนาที่ภูเก็ต</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2009/06/08/nz_062009/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2009/06/08/nz_062009/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2009 11:22:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<category><![CDATA[New Zealand]]></category>

		<category><![CDATA[NZ  Study  (Thailand)]]></category>

		<category><![CDATA[The University of Waikato]]></category>

		<category><![CDATA[University of Otago]]></category>

		<category><![CDATA[Victoria University of Wellington]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=255</guid>
		<description><![CDATA[มีข่าวมาฝากเล็กน้อยครับสำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ แต่เฉพาะในสามมหาวิทยาลัยคือ The University of Waikato, Victoria University of Wellington และ the University of Otago เท่านั้นนะครับ
วันที่ 15 มิถุนายนที่จะถึงนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากทั้งสามมหาวิทยาลัยมาประชาสัมพันธ์หลักสูตรที่ศูนย์แนะแนว เอ็นแซด สตั๊ดดี้ ชั้น 10 อาคารวรรณสรณ์ ตั้งแต่เวลา 16.00-18.00 น. ครับ
ถ้าใครไม่รู้จัก อาคารวรรณสรณ์ที่ว่าเป็นอาคารที่รวมโรงเรียนสอนพิเศษอยู่ตรงสี่แยกพญาไท สามารถเดินจากBTSพญาไทได้ และแนะนำให้ไปด้วย BTS ครับ เพราะการหาที่จอดรถจะเป็นปัญหาอย่างยิ่งทีเดียว
สำหรับทางภาคใต้ มีการจัดสัมมนา ที่ชั้น 2 ศูนย์พัฒนาทักษะและการเรียนรู้ ICT จังหวัดภูเก็ต (สะพานหิน)ในวันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2552 เวลา 17.00 - 19.00 น. เป็นสัมมนาว่าด้วยระบบการศึกษาและการสมัครไม่ได้เกี่ยวกับสามมหาวิทยาลัยที่ว่าไปข้างต้นนะครับ
ข่าวนี้ผมได้รับทางอีเมล์ แต่ยังไม่เห็นขึ้นในเวปไซต์ของศูนย์ ลองติดตามดูแล้วกันนะครับ
http://www.nzstudy.co.th/
http://www.nzstudyth.com/
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2009/06/08/nz_062009/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Big U, Little U : เลือกUใหญ่หรือไปUเล็ก</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2009/05/18/22bigulittleu/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2009/05/18/22bigulittleu/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 May 2009 10:45:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[articles]]></category>

		<category><![CDATA[choosing university]]></category>

		<category><![CDATA[reputation]]></category>

		<category><![CDATA[ชื่อเสียง]]></category>

		<category><![CDATA[เลือกมหาวิทยาลัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=251</guid>
		<description><![CDATA[&#8221; ผมจะไป MIT!!!&#8221;
รุ่นน้องคนหนึ่งประกาศกร้าวกลางวงสนทนาประสาพี่น้องที่มหาวิทยาลัย สร้างความฮือฮา(และอาจมีเอือมระอา)จากเพื่อนๆผู้ร่วมวง
MIT คือชื่อย่อลือนามของ Massachusetts Institute of Technology มหาวิทยาลัยอันดับต้นมากๆของอเมริกา ถ้าเข้าใจไม่ผิดก็วิ่งสู้ฟัดอยู่กับCaltechผลัดกันเป็นที่1หรือที่1คู่กันมาพักใหญ่แล้ว ซึ่งมหาวิทยาลัยอันดับสูงลิบพวกนี้ผมตั้งสมญาไว้ว่ามหาวิทยาลัยฮาร์ดคอร์ เพราะเขาเก่งจริง เจ๋งจริง เทพจริง และเรียนยากกันจริงๆ
ก็คงไม่น่าแปลกใจถ้าชายหนุ่มวัยยี่สิบผู้กำลังมีความฝันอันสดใสเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองจะอยากเหยียบย่างเข้าไปในที่อันวิเศษเลิศเลอนี้บ้าง
ผมเลยยิงคำถามแหย่ไปคำถามหนึ่ง &#8221; แล้วเรารู้หรือเปล่าว่า MIT เขาเด่นเรื่องไหน &#8221;
เงียบกริบ
นั่นแหละครับทัศนคติของเราเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าชื่อเสียง
เราถูกดึงดูดโดยชื่อเสียงเสมอ และเราให้น้ำหนักเรื่องชื่อเสียงมากเสียด้วยและไม่มีใครที่แสดงออกถึงความเชื่อถือเรื่องชื่อเสียงได้บริสุทธิ์ไร้การบิดเบือนได้เท่าเจ้าน้องคนนี้อีกแล้วครับ
เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะเชื่อว่าการเรียนการสอนของเขาดี
เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะเชื่อว่าการสนับสนุนนักศึกษานั้นอุ่นหนาฝาคั่ง
เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นเกียรติภูมิ
เหนืออื่นใด เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะว่ามันชื่อเสียงน่ะสิ เข้าใจป๊ะ จบ MIT น่ะ!! บอกใครก็ร้องโอ้โห มองเราราวกับเทพเจ้าเดินดิน
ครับ จริงๆเราชอบชื่อเสียงเพราะมันเติมอีโก้ของเราให้ล้นปรี่ ไม่มีอะไรมากหรอก
แต่ผมไม่ได้เถียงนะครับว่าสามข้อข้างต้นไม่จริง เขามีชื่อเสียงได้ เพราะคณาจารย์ทำผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยม มีระบบการศึกษาที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ที่สูงกว่ามาตรฐาน(แหงๆ) ศิษย์เก่าประสบความสำเร็จอย่างสวยงามสร้างเกียรติภูมิให้พี่น้องร่วมสถาบันสามารถยืดอกรับอย่างภาคภูมิใจ
คำเตือนก็คือ ชื่อเสียงเกิดขึ้นจากอดีต เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว เป็นเสียงที่ก้องกังวานจากการกระทำของคนรุ่นก่อน หลักสูตรปีก่อนๆและอาจจะอาจารย์คนก่อนๆ
นั่นคือเรากำลังเอาอดีตมาเดิมพันการเลือกอนาคต
ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่น่าพิจารณาครับ เพราะอดีตก็คือสิ่งที่ก่อให้เกิดปัจจุบันนั่นแหละ มันพอบอกแนวโน้มได้ว่าที่นี่มีบุคลากรที่ดี ระบบที่ดีหรือไม่ แต่ที่ผมอยากให้เตรียมใจคือความยอดเยี่ยมเหล่านั้นไม่จีรัง และเวลาเลอเลิศของเขาก็ไม่ได้เลอเลิศไปเสียทุกอย่างพร้อมๆกัน
ผมถึงถามรุ่นน้อง ว่ารู้หรือเปล่าว่าอะไรใน MIT ที่ดี
อันนี้แหย่เพราะผมพอรู้จักงานวิจัยที่มีชื่อใน MIT อยู่บ้าง ผมพอรู้ว่าชื่อเสียงของเขามาจากทางไหนเป็นพิเศษ และผมไม่เคยคิดจะเข้าMIT [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2009/05/18/22bigulittleu/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขอบคุณนั้นสำคัญไฉน : อย่าลืมเขียน Thank you Letter</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2009/05/12/21thankyou_letter/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2009/05/12/21thankyou_letter/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 May 2009 11:49:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[articles]]></category>

		<category><![CDATA[Appreciation Letter]]></category>

		<category><![CDATA[Thank you Letter]]></category>

		<category><![CDATA[จดหมายขอบคุณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=250</guid>
		<description><![CDATA[คิดว่าหลายคงเคยได้ยินเกี่ยวกับจดหมายขอบคุณ หรือที่เรียกว่า Thank you Letter หรือ Appreciation Letter มาบ้าง
ผมได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกจากเพื่อนซึ่งเป็นนักล่าทุนประจำรุ่นที่โรงเรียน จริงๆจะว่าล่าก็ไม่เชิงนัก แต่เขาเป็นคนเก่งครับทำให้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินสำหรับเรื่องโน่นเรื่องนี่บ่อยๆ เขาจึงคุ้นเคยกับ &#8220;จดหมายขอบคุณผู้ออกทุน&#8221; ตั้งแต่ตอนผมยังเหวอๆอยู่ ก็ยังสงสัยด้วยซ้ำว่ามันต้องเขียนอะไรขนาดนั้นด้วยเหรอ
โปรดเข้าใจเด็กไทยตัวน้อยๆ ทั้งชีวิตผมขอบคุณคนต่อหน้ามาตลอด เราไม่ได้มีวัฒนธรรมจะต้องเขียนจดหมายพรรณาความปลาบปลื้มนี้ให้คนๆนั้นฟัง มันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตปกติของชาวไทยนอกจากจะใช้ในเรื่องการทำงานเท่านั้น
ฝรั่งเขาต่างกับเรานิดหน่อย เพราะเขามีรูปแบบการขอบคุณอย่างเป็นทางการในชีวิตประจำวันด้วย นั่นคือ Thank you Note แต่อันนี้ก็ยังไม่เป็นทางการมากเท่า Thank you Letter ซึ่งมีรูปแบบเป็นจดหมายทางธุรกิจเลยทีเดียว และสถานการณ์ที่ใช้ก็เป็นทางการมากกว่ากันมาก เช่นในโอกาสที่เราไปสัมภาษณ์งาน (ไม่ว่าเขาจะรับเราหรือไม่) กฏเกณฑ์พื้นฐานคือต้องส่งจดหมายขอบคุณไปภายใน 24 ชม.หลังออกจากห้องสัมภาษณ์
ไม่ทราบเช่นกันว่าเมืองไทยทำกันเป็นล่ำเป็นสันแค่ไหน แต่สำหรับฝรั่ง เขาค่อนข้างถือสาทีเดียว จดหมายนี้เลยมีรูปแบบตายตัวมากกว่าจดหมายขอบคุณสำหรับกรณีอื่นๆ แต่เนื่องจากมันออกแบบมาสำหรับกรณีนี้เท่านั้นจริงๆ ผมจะไม่เอ่ยถึงรูปแบบของมันแล้วกันนะครับ
เพราะว่าตามเนื้อผ้า Thank you Letter ไม่ได้มีรูปแบบตายตัวหรอกครับ เพราะมันขึ้นกับว่าเราต้องการขอบคุณเขาเนื่องจากอะไร ใจความสำคัญคือความจริงใจ การเขียนที่แนะนำกันจึงเป็น จริงใจ ตรงไปตรงมา แต่ไม่ต้องเว่อร์ กรณีที่ไม่เป็นทางการมาก หรือที่เป็นNoteนั้น ยาวแค่ 4-5 ประโยคก็เพียงพอแล้ว
ระหว่างการสมัครเรียนผมมีโอกาสใช้จดหมายนี้หลายครั้งทีเดียว
1. เมื่อเมล์ไปขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเขา [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2009/05/12/21thankyou_letter/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>status update : ว่าด้วยชีวิตเมื่อวานและชีวิตวันนี้</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2009/04/20/status_april2009/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2009/04/20/status_april2009/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 12:49:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<category><![CDATA[tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=249</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ได้อัพอะไรในบล็อกนานมากก จนผมต้องสารภาพว่าไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าตรงไหน เพราะมันมีเรื่องเยอะ ทั้งที่ต้องทำ ทั้งที่ต้องคิด มีทัศนะคติที่เปลี่ยน และความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับเรื่องต่างๆอีกเยอะ
ผมจะพยายามเล่าเรื่องตามลำดับเวลาแล้วกันนะครับ
กุมภาพันธุ์ 2552 : ปั่นโปรเจ็กเวอร์ชั่นหางจุกตูด
กำหนดส่งใกล้เข้ามาทุกขณะ ข้อสอบปลายภาคคืบคลานมาค้ำคอ ผมยอมรับว่าชีวิตตัวเองยุ่งมากครับ งานชนงานตลอด พักหายใจได้สองฟืดก็ เอ้า ทำงานต่อ (ครับ ผมยังพยายามจะมีจังหวะพักกับเขาบ้าง)
มาเริ่มปลอดโปร่งเมื่อสอบปลายภาคเสร็จ ก็เหลือเพียงโปรเจ็กที่แม้จะทำได้น้อยนิดกว่าที่คิดไว้ตอนแรกมากนัก ก็ต้องทำต่อให้มากที่สุดเท่าที่มากได้
ท้ายที่สุดผลสรุปได้มั้ย ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังมีผล ใช้อะไรต่อได้มั้ย ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังได้ทำ
มันสำคัญอยู่ตรงนั้นแหละครับ  &#8221; อย่างน้อยก็ยังได้ทำ &#8220;
ความสำคัญของการได้ลงมือทำชัดเจนมากในช่วงเวลานั้น อาจจะเพราะผมโดนกระหน่ำทุกทิศทาง จากทั้งงานโปรเจ็กที่เดินอย่างเชื่องช้าด้วยความละล้าละลังและสมาธิที่ไม่ค่อยดีนักของผม จากอาจารย์หลายท่านที่ตักเตือนด้วยความเป็นห่วง ทั้งในภาพรวมร่วมกับเพื่อนๆน้องๆของผมหลายคน และเรื่องเล็กๆกระทบใจผมอีกหลายเรื่อง
ผมทำงานได้ช้า เพราะผมต้องทำสิ่งที่ตัวเองไม่เคยลองทำ และมันต้องใช้เวลาเรียนรู้มาก ผมละล้าละลังเพราะความเชื่องช้าทำให้ผมกลัวว่าตัวเองมาผิดทาง
แต่ ณ ท้ายที่สุดก็ต้องบอกว่า  &#8221; ผิดทางแล้วไง &#8220; สิ่งที่การทำโปรเจ็กสอนผมคือ ไม่มีอะไรสำคัญเท่าการได้ลงมือทำ ผมแก้ไขโปรเจ็กและทิศทางของมันอยู่หลายรอบ ภาพรวมไม่ได้เปลี่ยนไปมากหรอกครับ แต่ใจคนทำเปลี่ยนไปเยอะ
และสิ่งที่ผมรู้สึกต่อมาคือ &#8221; จะเรียนต่อไปอีกทำไมวะ &#8220;
ไม่ได้หมายความว่าไม่ไปเรียนโทเรียนเอก แต่หมายความว่า การเรียนแบบนั่งห้องท่องตำรานั้นไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว
ผมเคยกลัวการไปเรียนป.เอกโดยตรงเพราะผมรู้สึกว่าความรู้ผมไม่พอ ความจริงคือ มันไม่มีวันพอหรอก เมื่อคุณลงมือทำเท่านั้นคุณจึงรู้ว่าอะไรที่ไม่พอ การพยายามคาดล่วงหน้านั้นใช้ได้เมื่อคุณเก่งและมีประสบการณ์เพียงพอ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2009/04/20/status_april2009/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>7-day GRE : Adaptive test อะไรนะ?</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2009/02/24/207gre_adaptive/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2009/02/24/207gre_adaptive/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2009 12:01:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[articles]]></category>

		<category><![CDATA[adaptive test]]></category>

		<category><![CDATA[general test]]></category>

		<category><![CDATA[GRE]]></category>

		<category><![CDATA[qualitative]]></category>

		<category><![CDATA[verbal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=248</guid>
		<description><![CDATA[เชื่อมั้ยครับว่า 7 วันก่อนผมเดินเข้าห้องสอบ ผมยังไม่รู้จักคำว่า Adaptive Test เลย เป็นเพื่อนผมคนหนึ่งที่ถามขึ้น เราก็ตอบว่าไม่รู้ดิ เขาก็ เฮ้ย จะสอบแล้วนะ
ผมมาเปิดหนังสืออ่านหลังจากนั้นสามสิบนาทีจึงได้รู้ครับ Adaptive Test คือข้อสอบแบบปรับเปลี่ยนตามผู้สอบแบบrealtime โดยคำนวณจากคำตอบของเราในข้อก่อนหน้านี้
ในการสอบ พอเราเปิดโปรแกรมเข้าสู่การสอบปั๊บ software จะตั้งคะแนนให้เราไว้ก่อนแล้วครับอยู่ที่ค่าเฉลี่ยกลางๆราว400แถวๆนั้น คิดว่าเป็นค่าlevelแบบเวลาเราเล่นเกมก็ได้ครับ และคำถามก็จะออกแบบมาให้เหมาะสมกับlevel ของผู้สอบ เช่นถ้าคุณlevel 600 เขาก็จะเอาคำถามสำหรับ up-level ของ level 600 มาให้ ตอบได้ก็ได้ up-level แต่ถ้าคุณตอบผิด software จะคิดว่าคุณมัน 600 ไม่จริงนี่หว่า แล้วก็ down-level คุณลงไป
แต่จะupหรือdownมากขนาดไหน เขาบอกว่าขึ้นกับเป็นช่วงไหนของการสอบ ช่วงแรกของข้อสอบlevelของคุณจะพุ่งขึ้นพุ่งลงเร็วมาก แต่ช่วงหลังๆจะเป็นการปรับlevelแบบน้อยๆ เอาให้แน่ใจว่าคุณควรจะเป็น level 660 ดีหรือ670 ดี ดังนั้นเขาเลยบอกว่าจงทุ่มเทมันสมองมากที่สุดที่หนึ่งในสามส่วนแรกของข้อสอบ รองลงมาคืออีกหนึ่งในสามส่วนช่วงกลาง ส่วนสุดท้ายถ้ามีเวลาเหลือมากก็ตั้งใจทำไปดีๆ ถ้าไม่ค่อยมีเวลาแล้วก็เดาให้มันทันเวลา
ดังนั้นAdaptive test จึงเป็นข้อสอบที่ข้ามไม่ได้ การบริหารเวลาจึงต้องดีมากพอสมควร [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2009/02/24/207gre_adaptive/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นิทรรศการศึกษาต่อสหราชอาณาจักร โดย British Council</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2009/01/26/7-8012009uk/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2009/01/26/7-8012009uk/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2009 06:32:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<category><![CDATA[2009]]></category>

		<category><![CDATA[British Council]]></category>

		<category><![CDATA[exhibition]]></category>

		<category><![CDATA[UK]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=244</guid>
		<description><![CDATA[งานนี้นอกจากจะมีสถาบันการศึกษามาแล้วจะมี Mock Exam ของ IELTS ด้วย! รายละเอียดของงานและลงทะเบียรล่วงหน้าสามารถอ่านได้ที่
http://www.britishcouncil.org/th/thailand-educationuk-exhibition-2009
สำหรับที่กรุงเทพฯจะจัดวันที่
เสาร์ที่ 7 และอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2552
1100-1800 น.
ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ชั้น 22
โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์
รายชื่อสถาบันที่มายาวเหยียดมากที่มีในเวปไซต์นะครับ
ที่เชียงใหม่วันที่
วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552
เวลา 1300–1800 น.
โรงแรมอมารี รินคำเชียงใหม่
สถาบันที่มาอาจจะน้อยกว่าที่กรุงเทพ แต่ก็ยังเยอะนะครับ ถ้าถามผม
ใครสนใจลองไปดูนะครับ
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2009/01/26/7-8012009uk/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>7-day GRE : ปฏิบัติการเตรียมสอบ GRE general ใน 7 วัน-ภาคแรก</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2009/01/16/197daygre1/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2009/01/16/197daygre1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2009 05:26:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[articles]]></category>

		<category><![CDATA[general test]]></category>

		<category><![CDATA[GRE]]></category>

		<category><![CDATA[เตรียมตัวสอบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=239</guid>
		<description><![CDATA[นี่ไม่ใช่ campaign ขาวใสเพื่อรักแท้ใน 7 วันแบบ pond flawless white แต่เป็น campaign เรียกคะแนน GRE ให้ได้โดยเตรียมตัวเดนตายภายใน 7 วัน
ไม่โฆษณาให้ทำตาม แต่บอกเล่าเพื่อเตือนว่าไม่ควรทำ !!
ดูเหมือนผมจะชอบทำเรื่องที่ตัวเองจะมาเสียใจนั่งบ่นทีหลังอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่ผมบอกได้คือ ผมไม่ได้เสียใจอะไร เพราะนี่คือทั้งหมดที่ผมจะทำได้ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องเวลาและภาระหน้าที่อื่นๆ ที่สำคัญคือคะแนน GRE general ไม่ได้มีผลต่อสาขาที่ผมจะเรียนต่อขนาดนั้น แต่ผมอยากย้ำว่า ห้ามใช้ข้ออ้างว่ามีคนทำตัวอย่างนี้แล้วรอดตายเพื่อจะได้ขี้เกียจเป็นอันขาด โดยเฉพาะคนที่คะแนนGRE general มีผลต่อการเข้าเรียนมากๆ มีเวลาเท่าไหร่เต็มที่ให้มันเท่านั้น เท่าที่คุณทำได้ แล้วได้ออกมาเท่าไหร่ก็เท่านั้น มันจะไม่มีเสียใจ
แล้วทำไมผมดันเล่นอะไรโลดโผนแบบนี้ อันนี้ต้องเล่าก่อนว่าสถานการณ์ของผมก่อนสอบเป็นยังไง
อย่างแรกคือ ผมสมัครสอบช้าเพราะรอตารางเรียนของตัวเอง ถึงจะปีสี่เทอมสอง แต่ผมก็มีวิชาที่ต้องเข้าเรียนอยู่หลายตัวที่ไม่บังควรจะโดดร่ม ผมเลยอยากสอบโดยสบายใจว่าผมไม่ต้องเล่นผาดโผนเพื่อให้ได้ไปสอบ
ผลคือกว่าจะได้สมัครสอบก็ปาไปเดือนพฤศจิกายน ซึ่งตอนนั้นวันสอบที่เร็วที่สุดที่หาได้คือ 2 มกราคม
ไวเท่าความคิด ผมก็ลงสอบวันนั้นไปโดยไม่สนใจทั้งสิ้นว่ามันจะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่หรือเปล่า เพราะตอนนั้นเชื่ออย่างเดียวว่าน่าจะมีเวลาอ่านหนังสือบ้างเพราะการสอบมิดเทอมควรจะจบไปแล้ว
ย้ำว่าทั้งหมดที่เล่ามาเป็นสมมติฐานทั้งสิ้น ผมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าผมจะสอบมิดเทอมเมื่อไหร่ สิ้นสุดเมื่อไหร่ สัมมนาที่ผมต้องนำเสนอความคืบหน้าโปรเจ็คเป็นวันไหน ผมจะติดไปทริปนอกสถานที่หรือเปล่า วันนั้นมันเร็วสุดที่หาได้แล้ว เอาวันนั้น!!
และผมก็พบว่าลำดับสมรภูมิท้านรกของผมเป็นดังนี้
1. กลางเดือนธันวาคมต้องสัมมนา
2. ถัดมาอีกราวหนึ่งสัปดาห์มีสอบวิชาแรก
3. ถัดไปอีกห้าวันมีสอบวิชาที่สอง
4. อีกหนึ่งสัปดาห์เป๊ะๆหลังจากนั้น ผมสอบ GRE [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2009/01/16/197daygre1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Happy New Year 2009!!</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/27/happy-new-year-2009/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/27/happy-new-year-2009/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Dec 2008 15:08:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<category><![CDATA[2009]]></category>

		<category><![CDATA[new year]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=234</guid>
		<description><![CDATA[ไม่น่าเชื่อเลยว่าแป๊บเดียวก็สิ้นปีอีกแล้ว
ช่วงที่ผ่านมาชีวิตผมก็ยุ่งขึ้นเรื่อยๆครับ ทั้งเรื่องโปรเจ็ก ส่วนเรื่องเรียนต่อนี่ก็มีเหลือสอบ GRE general อีกตัว เคราะห์ดีครับที่มหาวิทยาลัยที่ผมจะสมัครปิดครับสมัครช่วงกุมภาพันธ์ สอบช่วงนี้ก็เลยยังส่งคะแนนทัน ถ้าเป็นที่อื่นอาจทยอยปิดกันตั้งแต่ช่วงนี้แล้ว
เพื่อนๆผมหลายคนก็กำลังรีบสมัครกันอยู่ครับ แต่ก็ทำให้ได้รู้ว่าบางทีมหาวิทยาลัยต่างประเทศเขาก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเวลาปิดรับสมัครอะไรขนาดนั้น เพียงแค่ถ้าพ้นช่วงนั้นก็ลุ้นหน่อยว่าเขาจะยังมีที่ว่างพอรับเราหรือเปล่าเท่านั้น
ของUniversity of Auckland เปิดเทอมกรกฎาก็ส่งใบสมัครได้ถึงเดือนกรกฎา มีปัญหาก็ขอเลื่อนสิทธิ์การเข้าเรียนเป็นเทอมอื่นก็ได้ ไม่มีปัญหา
ดูระบบเขาสบายๆยังไงก็ไม่ทราบนะครับ
ส่วนเพื่อนผมที่ตัดสินใจเรียนต่อเมืองไทยก็เดินสายสอบกันอยู่ครับ (อันนี้ขอใช้คำว่าเดินสาย สอบได้ทุกสัปดาห์จริงๆ) สอบจนเจ้าตัวเขาขี้เกียจอ่านหนังสือกันหมดแล้ว เจอวันหยุดยาวอย่างนี้ด้วย เลยถือโอกาส&#8221;หยุดอ่านหนังสือ&#8221;ชั่วคราว ส่วนผมเป็น&#8221;หยุดเพื่ออ่านหนังสือสอบ&#8221;แทน
มองในแง่ดีว่าไม่สอบพร้อมกับมิดเทอม แค่นี้ก็แทบคลานแล้วครับ
ต้องขอโทษทุกท่านด้วยที่ผ่านมาอาจจะไม่ค่อยได้อัพเอาซะเลย ความคืบหน้าก็มีไม่มากนักด้วย(เพราะมัวแต่ง่วนกับโปรเจ็ก) ถ้าว่างกว่านี้เมื่อไหร่ผมจะพยายามอัพให้ถี่กว่านี้ เพราะจริงๆได้ช้อมูลอะไรนิดๆหน่อยๆมาเรื่อยๆเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะเขียนรวมเป็นหัวข้ออะไรดี คิดออกจะรีบเขียนแน่นอนครับ
สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีความสุขกันทุกคนนะครับผม
! ! HAPPY NEW YEAR 2009 ! !
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/27/happy-new-year-2009/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>The GRE Subject Test Advenger : part 2</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/15/18gresub_02/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/15/18gresub_02/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2008 12:14:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[articles]]></category>

		<category><![CDATA[GRE]]></category>

		<category><![CDATA[subject test]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=229</guid>
		<description><![CDATA[อันนี้เป็นโพสต์ที่สองใน series GRE Subject test Advenger ที่มันไม่ค่อยจะ Advenger เท่าไหร่หรอกครับ ตอนนี้ยังใจตุ๊มๆต่อมๆรอคะแนนส่งมาอยู่
ตอนแรกอ่านได้ที่นี่ครับ =&#62; part1

ว่าด้วยข้อสอบและคะแนนสอบ
ข้อสอบที่ใช้สอบเป็น ปรนัย 100 ข้อ เวลาทำ 2 ชม. 50 นาที พูดง่ายๆคือข้อสอบ subject test เป็นข้อสอบความเร็ว การเตรียมตัวจึงต้องเตรียมความเร็วไปด้วย
จริงๆถ้าถามผม ตัวข้อสอบนั้นไม่ถึงกับยาก แต่หลอกเยอะ และอาศัยความชำนาญในแนวข้อสอบพอสมควร ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ให้ลองหาดูว่ามีใครปล่อยข้อสอบย้อนหลังบนอินเตอร์เน็ตบ้างจะช่วยได้มาก เพื่อนผมหาออกมาออกมาได้สี่ฉบับจากที่ไหนผมก็ไม่ทราบแน่ชัด แม้จะไม่เหมือนปีปัจจุบันเสียทีเดียวแต่อย่างน้อยที่สุดก็มีอะไรให้เราลองมือและฝึกฝนเทคนิคให้ชำนาญ
แต่ให้ทำใจนะครับ ว่ามันจะพอดีมากๆ ให้ทำใจไว้ว่าจะทำไม่ได้ทุกข้อหรอก ในหนึ่งร้อยข้อนั้นจะต้องมีส่วนที่ใช้ความรู้ที่บังเอิญจำไม่ได้ หรือไม่เคยเรียน ผมเองก็มีข้อที่อ่านแล้วข้ามเลยอยู่จำนวนหนึ่ง
ห้ามมั่วนะครับ เพราะเขาจะตัดคะแนนข้อที่ผิดด้วย
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง การนับคะแนนดิบของ GRE subject test คือเราจำนวนข้อถูก ลบด้วยหนึ่งในสี่ของจำนวนข้อที่ทำผิด จากนั้นจะนำไปคิดเป็นเปอร์เซ็นไทล์เพื่อรายงานกลับมาให้เรา
เปอร์เซ็นไทล์ (หรือที่เพื่อนผมเรียกว่าเปอร์เซ็นตาย) ที่ว่านี้เป็นค่าทางสถิติที่บอกเราว่าจากผู้สอบทั้งหมดคะแนนของเราอยู่ที่ลำดับที่เท่าไหร่โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ให้ ถ้าสมมติผมได้ เปอร์เซ็นไทล์ที่ 50 ก็แปลว่าคนราวครึ่งหนึ่งของที่ไปสอบได้คะแนนมากกว่าผม อีกครึ่งได้น้อยกว่าผม ดังนั้นผลคะแนนจึงไม่ได้ขึ้นกับว่าเราทำได้ดีแค่ไหน แต่ขึ้นกับว่าคนที่เหลือทำได้ดีแค่ไหนด้วย อันนี้ก็จะพาให้ปวดหัวปวดใจซักหน่อยเพราะมันเดาได้ลำบากว่าเราจะได้ซักเท่าไหร่ จะดีพอหรือเปล่า
ดังนั้นถ้าถามผม [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/15/18gresub_02/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- cache miss @ 2954251e akira7.bloggoo.com/feed/ -->