<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>เด็กน้อย(อยาก)ไปเรียนนอก</title>
	<atom:link href="http://akira7.bloggoo.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://akira7.bloggoo.com</link>
	<description>ฝันให้ไกล แล้วกระแดะไปให้ถึง!</description>
	<pubDate>Sun, 28 Dec 2008 10:28:25 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.6.5</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>Happy New Year 2009!!</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/27/happy-new-year-2009/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/27/happy-new-year-2009/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Dec 2008 15:08:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<category><![CDATA[2009]]></category>

		<category><![CDATA[new year]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=234</guid>
		<description><![CDATA[ไม่น่าเชื่อเลยว่าแป๊บเดียวก็สิ้นปีอีกแล้ว
ช่วงที่ผ่านมาชีวิตผมก็ยุ่งขึ้นเรื่อยๆครับ ทั้งเรื่องโปรเจ็ก ส่วนเรื่องเรียนต่อนี่ก็มีเหลือสอบ GRE general อีกตัว เคราะห์ดีครับที่มหาวิทยาลัยที่ผมจะสมัครปิดครับสมัครช่วงกุมภาพันธ์ สอบช่วงนี้ก็เลยยังส่งคะแนนทัน ถ้าเป็นที่อื่นอาจทยอยปิดกันตั้งแต่ช่วงนี้แล้ว
เพื่อนๆผมหลายคนก็กำลังรีบสมัครกันอยู่ครับ แต่ก็ทำให้ได้รู้ว่าบางทีมหาวิทยาลัยต่างประเทศเขาก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเวลาปิดรับสมัครอะไรขนาดนั้น เพียงแค่ถ้าพ้นช่วงนั้นก็ลุ้นหน่อยว่าเขาจะยังมีที่ว่างพอรับเราหรือเปล่าเท่านั้น
ของUniversity of Auckland เปิดเทอมกรกฎาก็ส่งใบสมัครได้ถึงเดือนกรกฎา มีปัญหาก็ขอเลื่อนสิทธิ์การเข้าเรียนเป็นเทอมอื่นก็ได้ ไม่มีปัญหา
ดูระบบเขาสบายๆยังไงก็ไม่ทราบนะครับ
ส่วนเพื่อนผมที่ตัดสินใจเรียนต่อเมืองไทยก็เดินสายสอบกันอยู่ครับ (อันนี้ขอใช้คำว่าเดินสาย สอบได้ทุกสัปดาห์จริงๆ) สอบจนเจ้าตัวเขาขี้เกียจอ่านหนังสือกันหมดแล้ว เจอวันหยุดยาวอย่างนี้ด้วย เลยถือโอกาส&#8221;หยุดอ่านหนังสือ&#8221;ชั่วคราว ส่วนผมเป็น&#8221;หยุดเพื่ออ่านหนังสือสอบ&#8221;แทน
มองในแง่ดีว่าไม่สอบพร้อมกับมิดเทอม แค่นี้ก็แทบคลานแล้วครับ
ต้องขอโทษทุกท่านด้วยที่ผ่านมาอาจจะไม่ค่อยได้อัพเอาซะเลย ความคืบหน้าก็มีไม่มากนักด้วย(เพราะมัวแต่ง่วนกับโปรเจ็ก) ถ้าว่างกว่านี้เมื่อไหร่ผมจะพยายามอัพให้ถี่กว่านี้ เพราะจริงๆได้ช้อมูลอะไรนิดๆหน่อยๆมาเรื่อยๆเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะเขียนรวมเป็นหัวข้ออะไรดี คิดออกจะรีบเขียนแน่นอนครับ
สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีความสุขกันทุกคนนะครับผม
! ! HAPPY NEW YEAR 2009 ! !
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/27/happy-new-year-2009/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>The GRE Subject Test Advenger : part 2</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/15/18gresub_02/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/15/18gresub_02/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2008 12:14:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[articles]]></category>

		<category><![CDATA[GRE]]></category>

		<category><![CDATA[subject test]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=229</guid>
		<description><![CDATA[อันนี้เป็นโพสต์ที่สองใน series GRE Subject test Advenger ที่มันไม่ค่อยจะ Advenger เท่าไหร่หรอกครับ ตอนนี้ยังใจตุ๊มๆต่อมๆรอคะแนนส่งมาอยู่
ตอนแรกอ่านได้ที่นี่ครับ =&#62; part1

ว่าด้วยข้อสอบและคะแนนสอบ
ข้อสอบที่ใช้สอบเป็น ปรนัย 100 ข้อ เวลาทำ 2 ชม. 50 นาที พูดง่ายๆคือข้อสอบ subject test เป็นข้อสอบความเร็ว การเตรียมตัวจึงต้องเตรียมความเร็วไปด้วย
จริงๆถ้าถามผม ตัวข้อสอบนั้นไม่ถึงกับยาก แต่หลอกเยอะ และอาศัยความชำนาญในแนวข้อสอบพอสมควร ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ให้ลองหาดูว่ามีใครปล่อยข้อสอบย้อนหลังบนอินเตอร์เน็ตบ้างจะช่วยได้มาก เพื่อนผมหาออกมาออกมาได้สี่ฉบับจากที่ไหนผมก็ไม่ทราบแน่ชัด แม้จะไม่เหมือนปีปัจจุบันเสียทีเดียวแต่อย่างน้อยที่สุดก็มีอะไรให้เราลองมือและฝึกฝนเทคนิคให้ชำนาญ
แต่ให้ทำใจนะครับ ว่ามันจะพอดีมากๆ ให้ทำใจไว้ว่าจะทำไม่ได้ทุกข้อหรอก ในหนึ่งร้อยข้อนั้นจะต้องมีส่วนที่ใช้ความรู้ที่บังเอิญจำไม่ได้ หรือไม่เคยเรียน ผมเองก็มีข้อที่อ่านแล้วข้ามเลยอยู่จำนวนหนึ่ง
ห้ามมั่วนะครับ เพราะเขาจะตัดคะแนนข้อที่ผิดด้วย
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง การนับคะแนนดิบของ GRE subject test คือเราจำนวนข้อถูก ลบด้วยหนึ่งในสี่ของจำนวนข้อที่ทำผิด จากนั้นจะนำไปคิดเป็นเปอร์เซ็นไทล์เพื่อรายงานกลับมาให้เรา
เปอร์เซ็นไทล์ (หรือที่เพื่อนผมเรียกว่าเปอร์เซ็นตาย) ที่ว่านี้เป็นค่าทางสถิติที่บอกเราว่าจากผู้สอบทั้งหมดคะแนนของเราอยู่ที่ลำดับที่เท่าไหร่โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ให้ ถ้าสมมติผมได้ เปอร์เซ็นไทล์ที่ 50 ก็แปลว่าคนราวครึ่งหนึ่งของที่ไปสอบได้คะแนนมากกว่าผม อีกครึ่งได้น้อยกว่าผม ดังนั้นผลคะแนนจึงไม่ได้ขึ้นกับว่าเราทำได้ดีแค่ไหน แต่ขึ้นกับว่าคนที่เหลือทำได้ดีแค่ไหนด้วย อันนี้ก็จะพาให้ปวดหัวปวดใจซักหน่อยเพราะมันเดาได้ลำบากว่าเราจะได้ซักเท่าไหร่ จะดีพอหรือเปล่า
ดังนั้นถ้าถามผม [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/12/15/18gresub_02/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย และ งานก.พ.วันที่ 29-30 พ.ย. ศูนย์สิริกิติ์</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/11/28/2008_aus_scholar_ocsc/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/11/28/2008_aus_scholar_ocsc/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Nov 2008 12:19:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<category><![CDATA[งานก.พ.]]></category>

		<category><![CDATA[ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=225</guid>
		<description><![CDATA[ต้องรับสารภาพว่ารู้ข่าวนี้จากหน้าโฆษณาของหนังสือพิมพ์มติชนมาพักหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้มาอัพเดท รายละเีอียดก็ไม่ได้สืบ เอาหัวทิ่มอยู่กับโปรเจ็คอย่างเดียว
แต่วันนี้รุ่นพี่ผมเพิ่งไปงานของก.พ. มา เขาเข้ามาอัพเดทข่าวว่าเสาร์-อาทิตย์นี้ คือวันที่ 29-30 พย. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จะมีงานศึกษาต่อต่างประเทศของก.พ. ซึ่งจะมีตัวแทนของมหาวิทยาลัยต่างๆมาพบนักศึกษา
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของผม สาขาผมไม่อยู่ในข่ายของก.พ.อยู่แล้ว ที่สนใจคือเรื่องทุนรัฐบาลออสเตรเลียมากกว่า
ระดับการศึกษา: ในระดับโรงเรียนภาษา ป.ตรี ป.โท ป.เอก
ผู้ที่สมัครได้: คือชาวไทยเราที่ต้องการเข้าเรียนออสเตรเลียในปี 2009
รู้สึกว่ารายละเีอียดของการให้ทุนจะขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย ดังนั้นถ้าใครสนใจ ม.ไหนในออสเตรเลียต้องลองเข้าไปดูนะครับว่าเขาร่วมโครงการหรือเปล่าและเข้าให้ทุนครอบคลุมอะไรบ้าง
การสมัคร: แบบฟอร์มดาวน์โหลดได้ที่เวปของทุน ซึ่งต้องกรอกให้เรียบร้อยและเขียนstatementสั้นๆว่าทำไมถึงต้องการทุนนี้และเรียนสาขาอะไร จากนั้นก็ส่งแบบฟอร์มและstatementไปทางมหาวิทยาลัยที่สนใจได้เลย จากนั้นทางมหาวิทยาลัยจะติดต่อกลับไปเพื่อดำเนินการสมัครในขั้นตอนอื่นๆต่อ
เพื่อความชัวร์อ่านขั้นตอนอีกครั้งระหว่างโหลดแบบฟอร์มก็ดีนะครับ ทุนนี้สำหรับคนไทยเท่านั้น เป็นโอกาสแล้วนะครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่ เวปทุนรัฐบาลออสเตรเลีย http://www.ozthaischolarships.in.th/
หรือที่เวปของงานก.พ. http://www.ocsc5expo.com/index.php?option=com_content&#38;task=view&#38;id=61&#38;Itemid=98 
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/11/28/2008_aus_scholar_ocsc/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>The GRE Subject Test Advenger : part 1</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/11/18/17gresub_01/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/11/18/17gresub_01/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 18 Nov 2008 16:43:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[articles]]></category>

		<category><![CDATA[GRE]]></category>

		<category><![CDATA[subject test]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=220</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับทุกท่าน สวัสดีหลังจากที่ผมไม่ได้โผล่หน้ามาเสียนาน GRE subject test นี่มันดูดกินวิญญาณไปค่อนข้างมากเลย ชีวิตผมเรียกว่านิ่งไปเลยช่วงสองสัปดาห์ก่อนสอบ
หลังสอบก็นิ่งเหมือนกันครับ หมดแรง แต่รู้สึกว่าต้องลากตัวเองขึ้นมาเขียนเรื่องนี้ให้เสร็จโดยเร็วก่อนที่ผมจะเริ่มลืมว่าเรื่องในช่วงที่ผ่านมาด้วยความเบลอของตัวเอง
ต้องบอกว่าต่างจากTOEFLมาก เพราะผมสอบในช่วงที่ชีวิตตัวเองยุ่งกว่าเยอะ โอกาสจะเพ่งสมาธิไปกับการเตรียมตัวในระยะที่ยาวมากๆนี่เป็นไปไม่ได้เลย ทั้งที่จริงๆนั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น แต่เขาอยากได้ยาวมาก สิ่งที่Subject test ต้องการทดสอบคือความรู้สะสมจากการเรียนตลอดสี่ปีในระดับมหาวิทยาลัย และในหลายข้อก็ใช้ความรู้ระดับมัธยม สรุปคือ คุณทั้งชีวิตรู้มาเท่าไหร่ก็สอบเท่านั้นแหละครับ
แล้วตูรู้อะไรบ้างหลังจากเรียนมาแทบตาย เออ นั่นดิ ตกลง ตูรู้อะไรบ้างนะ!!
นั่นคือคำถามแรกที่ผมคิดว่าควรตอบให้ได้  เนื่องจาก Subject test เป็นเรื่องในสาขาวิชา คนเรียนนั่นและครับน่าจะรู้ดีที่สุด ผมต้องไปนั่งนึกเยอะเหมือนกันว่ามีอะไรบ้างในสาขาของเราที่เราต้องรู้ ยังดีที่เขาจะมีข้อมูลเรื่องสัดส่วนเนื้อหาว่าออกเรื่องอะไรบ้างประมาณกี่เปอร์เซ็นต์เอาไว้ให้ เรื่องนี้ให้ศึกษาดีๆ เพราะสำคัญมากสำหรับการเตรียมตัวเพื่อเราจะได้ไม่เสียเวลาทบทวนเนื้อหาส่วนที่ไม่ออกสอบ
เรื่องของการสมัคร
เรื่องสมัครนี่ ขอเตือนนะครับว่าให้ติดตามบนเวปดีๆ เนื่องจากจะมีการสอบเพียงปีละสามครั้ง คือเมษายน ตุลาคม และพฤศจิกายน และไม่ใช่ทุกสนามสอบที่มีสอบถี่ขนาดนั่น ที่กรุงเทพนี่ก็แค่ปีละครั้งช่วงพฤศจิกายน แต่ใครจะขึ้นไปสอบเชียงใหม่ก็ได้นะครับ มีจัดสอบปีละสองครั้ง คือ เมษากับพฤศจิกา น่าอิจฉาจริงๆ
นอกจากนี้เขายังมี deadline สำหรับการสอบแต่ละครั้ง ซึ่งจะขึ้นเป็นตารางไว้ในwebsiteไม่เกี่ยวกับว่าศูนย์สอบเต็มไม่เต็ม เขาจะปิดล่วงหน้าประมาณเดือนครึ่ง อย่างตอนผมสมัครเพื่อสอบต้นพฤศจิกา การรับสมัครปิดตั้งแต่ปลายปลายกันยาแล้ว
รับสารภาพว่าตอนสมัครสอบเกิดเรื่องตกใจขึ้น เพราะผมดันเข้าไปในเวปตอนที่หมดปีสอบพอดี ทำให้สมัครไม่ได้ ประกอบกับว่าเขากำลังปรับปรุงระบบอยู่ ทำเอาผมเผลอคิดว่าตัวเองพลาดไปแล้วด้วยซ้ำ แต่พอดูตารางดีๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/11/18/17gresub_01/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>EMERGENCY!! : GRE general เต็มจนหลังปีใหม่!!</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/31/emergency/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/31/emergency/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2008 03:37:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<category><![CDATA[general test]]></category>

		<category><![CDATA[GRE]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=216</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มาแจ้งข่าวร้าย_มาก_ครับ
ต้องบอกว่าเป็นความผิดผมเอง ย่ามใจเกินไปหน่อย บวกกับมีอะไรให้คิดเยอะพักนี้เลยไม่ได้ตามข่าวคราวของGRE general test ด้วยคิดว่า มันคงมีที่ล่ะน่า!
ปล๊าว เต็มจนปีใหม่แล้วครับ
อันนี้ผมไม่ทราบว่าเป็นนโยบายที่จะปิดรับสมัครประมาณ 2 เดือนล่วงหน้าหรือเปล่า แต่คาดว่าคงไม่ น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้เป็นช่วงสมัครสอบ หลายคนที่ต้องใช้คะแนนเลยมาสอบช่วงนี้แล้วส่งเลย
หักแผนผมพังพินาศ กะว่าจะสอบหลังGRE subject test ไปซักสามสี่สัปดาห์ รอท่าตารางเรียนเพื่อจะได้ไม่ชนวันเรียน แต่กลายเป็นว่าต้องสอบวันที่ 2 มค.นู่น ทันใช้คะแนนแบบเฉียดฉิวเดือนกุมภาพอดิบพอดี
แต่ถ้าต้องสมัครธันวานี้แล้ว อันนี้คงต้องเจรจากับทางมหาวิทยาลัยนะครับ เพราะไม่ทันแน่นอน (วันสอบหมดแล้ววววว)
ปล. หลังจากโพสต์นี้ ขอลาไปสอบsubject test ก่อน ไว้จะกลับมาเล่าให้ฟังว่าเป็นยังไงบ้างนะครับ เจอกัน!
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/31/emergency/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เริ่มต้นเทศกาลสมัครสอบแล้วนะครับ!!</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/23/apply_season/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/23/apply_season/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Oct 2008 13:35:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<category><![CDATA[apply]]></category>

		<category><![CDATA[university]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=210</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากวุ่นวายกับการสอบปลายภาค วุ่นวายกับโปรเจ็ก วุ่นวายกับการเตรียมตัวสอบ GRE subject test (8 พ.ย. นี้แล้วนะครับทุกท่าน) หันหน้ามาอีกทีก็ถึงเวลาสมัครมหาวิทยาลัยแล้วเฮ้ย!!
ครับ กลางเดือนตุลาคมแล้ว ถึงเวลาสมัครแล้ว
แต่ก็ไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยหรอกนะครับที่จะสมัครกันช่วงนี้ ด้วยปิดเทอมเปิดเทอมที่ไม่เหมือนกัน deadline ของแต่ละที่เลยต่างกันไป การสมัครเดือนตุลาคือยึดของทางอเมริกาเป็นหลัก ดังนั้นต้องดูในเวปของทางมหาวิทยาลัยที่จะสมัครให้ดีว่าถึงช่วงสมัครหรือยัง และหมดเขตเมื่อไหร่
แต่อยากให้จำไว้สองเรื่องครับ เป็นเรื่องที่รุ่นพี่ผมแนะนำกันมา คือ

อย่าตกใจถ้าเอกสารยังไม่ครบ หรือถ้าคะแนนที่สอบได้ยังไม่ถึงต้องสอบใหม่ ทุกอย่างเจรจากันได้ขึ้นกับมหาวิทยาลัย นี่ไม่เหมือนตอนสอบเอนท์สอบตรงเข้าป.ตรีครับ เอกสารเราไม่ครบเขาไม่ได้คัดเราทิ้งทันที มันขึ้นอยู่กับว่าเรามีศักยภาพน่าสนใจหรือเปล่า ดังนั้นสมัครไปก่อน เรื่องที่เหลือคุยได้
ยิ่งสมัครเร็วยิ่งได้เปรียบ เหมือนที่เขาว่า &#8220;Early birds get the worms&#8221; นั่นแหละครับ อย่ารอจนใกล้หมดเขตค่อยส่งใบสมัคร ถ้าพร้อมแล้วก็ส่งเลย โอกาสจะได้จะมากขึ้น

ถ้าเขาไม่มี dealine ล่ะ อันนี้ผมเคยเจอมาเหมือนกันคือ ถ้าเป็นในอังกฤษในระดับปริญญาเอกเขาจะไม่กำหนดเวลาที่ต้องสมัครแล้ว (อาจจะเว้นแต่บางสาขาบางที่) เพราะเขาถือว่าคุณมาทำงานมากกว่า พร้อมเริ่มงานเมื่อไหร่ก็ว่ากัน อันนี้เราจะสมัครเมื่อคุยกับว่าที่อาจารย์ที่ปรึกษาเสร็จแล้วครับ รายละเอียดผมเคยเล่าไปแล้ว [อ่านต่อได้ที่นี่นะครับ]
แต่สำหรับระดับ ป.โท แบบนี้ก็มีเหมือนกันครับ มีคนเคยบอกผมว่ามันเป็นได้สองกรณี คือหยิ่งมาก ไม่ต้องง้อใคร ถ้าคุณน่าสนใจฉันจะติดต่อไปเอง กับใจกว้างมาก ว่างก็รับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/23/apply_season/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บทเรียนจากพี่วนรักษ์ : นักฝันกับนักปฏิบัติและข้อผิดพลาดร้ายกาจในนิสัยของผม</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/17/16reflect_interview/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/17/16reflect_interview/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Oct 2008 11:47:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[articles]]></category>

		<category><![CDATA[reflect on interview]]></category>

		<category><![CDATA[นักฝันกับนักปฏิบัติ]]></category>

		<category><![CDATA[วนรักษ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[ผมหวังว่าคนที่ได้อ่านสัมภาษณ์ของพี่โบ้งน่าจะได้ประโยชน์ไปบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ของผมสิ่งที่พี่เขาเล่าทำให้ผมได้กลับมามองตัวเองในหลายๆอย่าง
ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ความแตกต่างระหว่างพี่เขากับผม ระหว่างนักปฏิบัติและนักฝัน
ผมกล้าเรียกตัวเองว่านักฝันครับ เพราะผมคิดมากกว่าทำ พูดมากกว่าลงมือ นิสัยไม่ดีเลยว่ามั้ยครับ
ผมจะเล่าให้ฟังว่าผมพลาดอะไรไปบ้างที่พี่วนรักษ์ทำไป
1. ไม่ได้สร้างผลงานในสาขาที่ตั้งใจจะไปเรียนต่อ 
ข้อแก้ตัว : ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองจะไปทางไหนโดยเฉพาะ ผมมีนิสัยเสียมากข้อหนึ่งคือความสนใจของผมเปลี่ยนเรื่อยๆแม้จะวนเวียนอยู่กับเรื่องบางเรื่อง ในใจมีเป้าหมายครับ แต่ไม่เฉพาะเจาะจง จับนู่นนิดนี่หน่อย ไม่ได้ดำดิ่งไปในเรื่องไหนโดยเฉพาะ
ในแง่หนึ่งนั่นคือจุดผิดพลาดร้ายแรง เพราะเวลามันมีจำกัด กะพริบตาทีเดียวมันก็ผ่านไปแล้ว โอกาสที่จะสร้างผลงานก็บินผ่านไปด้วย
แต่ผมไม่ได้แนะนำให้ &#8220;ปักใจ&#8221; นะครับ ผมเห็นคนหลายคนปักใจกับสิ่งที่ตัวเองคิดว่าชอบและจบด้วยการพบว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ต้องการเลยเมื่อเวลาผ่านไปนานจนเกือบจะสายไปแล้ว (หลายคนเรียกว่าสายไปแล้วดีกว่า จะจบกันอยู่แล้ว)
สำหรับผม ผมคิดว่าคนเราเปลี่ยนความสนใจได้ เปลี่ยนความชอบได้ และควรจะพร้อมเปลี่ยนแนวถ้ารู้ตัวว่าทำไมสิ่งที่เราเคยคิดว่าใช่ที่สุดมันถึงไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว จริงอยู่ครับว่าทำแบบนี้อารมณ์มันไปก่อน แต่อารมณ์เองก็มีเหตุผลที่มันเกิดขึ้น ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจลองนั่งคุยกับตัวเองดูครับว่าทั้งหมดมันเป็นเพราะอะไร

2. ไม่ได้สร้าง connection ในสาขาของตัวเอง
ข้อแก้ตัว : ผมยอมรับว่าตัวเองสร้างความสัมพันธ์กับใครไม่ค่อยเก่งและรักษาไว้ได้ไม่ค่อยดีนัก (ถ้าสนิทก็จะอยู่ ไม่สนิทก็มักจะหลุดวงโคจร) แต่นั่นคือท่อนกลางของกระบวนการทั้งหมด ปัญหาสำคัญที่สุดคือก้าวแรกมากกว่า
ผมไม่ได้เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่จะสานสัมพันธ์คนในวงเดียวกันกับผมนัก โดยมากผมอยู่ที่มหาวิทยาลัย ไม่ได้ร่วมโครงการอะไรกับเขาเท่าไหร่ในช่วงที่ผ่านมา ก็จริงอยู่ว่าความสัมพันะที่ยั่งยืนที่สุดคือที่มาจากรอบตัวเราและไม่ได้ฝืนสร้าง แต่เอาเข้าจริงมันก็ต้องขวนขวายกันบ้าง ไอ้ที่ไม่ทำเพราะขี้เกียจเองมากกว่า อันนี้ยอมรับครับ ผมค่อนข้างจะขี้เกียจ เลยพลาดเรื่องนี้ไปอย่างไม่น่าให้อภัย
มันน่านักนะ&#8230;
3. วางแผนยาวแต่ขาดแผนปฏิบัติที่ชัดเจน
ข้อแก้ตัว : ฟังดูคล้ายการวิจารณ์การทำงานของหน่วยงานอะไรซักอย่าง แต่ผมพบว่ามันเป็นปัญหาสำคัญมากอย่างหนึ่งที่ผมมี ผมพยายามมองเหตุการณ์ล่วงหน้า คาดการณ์ว่าเราต้องการอะไรบ้าง แต่ขาดตรงที่ผมไม่ได้แยกแยะว่ามีอะไรบ้างที่ต้องทำแน่ๆ ทำเมื่อไหร่ ทำอะไร [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/17/16reflect_interview/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>interview : วนรักษ์ ชัยมาโย รุ่นพี่ผู้ได้ไปเรียนต่อด้วยทุนจากอังกฤษ part4</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/13/int_wanaruk_part4/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/13/int_wanaruk_part4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Oct 2008 11:19:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[interview]]></category>

		<category><![CDATA[wanaruk-2008]]></category>

		<category><![CDATA[วนรักษ์]]></category>

		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>

		<category><![CDATA[เรียนต่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=199</guid>
		<description><![CDATA[โพสต์สุดท้ายของการสัมภาษณ์พี่วนรักษ์ รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของผมซึ่งได้ทุนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย Edinburgh ที่สก็อตแลนด์ด้วยทุนจากทางนั้น
ผมสงสัยมาตลอดว่าทำไมเพราะทุนทางอังกฤษมันหายาก ความสงสัยของผมหายไปเยอะเลยทีเดียวตอนที่ฟังสัมภาษณ์ท่อนนี้ การได้ทุนไม่ใช่เหตุบังเอิญเลยครับ เรียกว่าเป็นผลของการวางแผนยาวนานจะดีกว่า
รายละเอียดคงต้องฟังพี่เขาเองครับผม
ตอนที่แล้ว
[part 1 : เตรียมตัวยังไงในการเรียนต่อต่างประเทศ]
[part 2 : ว่าด้วยทุนและการสมัคร]
[part 3 : การเตรียมตัว TOEFL และเล่าเรื่อง GRE]
[ interview with วนรักษ์ ชัยมาโย] part 4 : Profile
อีกอย่างที่เราต้องเตรียมคือ Profile หลักฐานที่เราต้องส่งไปนอกจากจะมีคะแนนภาษาอังกฤษ essay ใบสมัคร แล้วก็ต้องมี CV ด้วย CV คือ Cirriculum evitae หรือ Resume ก็ได้ เป็นแผ่นกระดาษหนึ่งใบสองใบสามใบที่บอกว่าคุณมีผลงานดีเด่นอะไรบ้าง หรือเคยเรียนวิชาอะไรมาบ้าง ทำโปรเจ็กส์อะไรมาบ้าง CV จึงสำคัญมากๆ
ยกตัวอย่าง CV พี่ พี่ก็เขียนว่า ผม วนรักษ์ ชัยมาโย CV นี้ทำขึ้นมาเพื่อใช้เปิดโอกาสให้ผมได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยของคุณ เกรดเฉลี่ยผมตอนนี้อยู่ในระดับเกียรตินิยมเท่านี้ๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/13/int_wanaruk_part4/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>interview : วนรักษ์ ชัยมาโย รุ่นพี่ผู้ได้ไปเรียนต่อด้วยทุนจากอังกฤษ part3</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/07/int_wanaruk_part3/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/07/int_wanaruk_part3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Oct 2008 04:09:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[interview]]></category>

		<category><![CDATA[wanaruk-2008]]></category>

		<category><![CDATA[วนรักษ์]]></category>

		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>

		<category><![CDATA[เรียนต่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=192</guid>
		<description><![CDATA[โพสต์ที่สามแล้วครับ สำหรับสัมภาษณ์ของรุ่นพี่ผม ตอนนี้เป็นเรื่องของ TOEFL และ GRE แต่พี่เขาบอกว่าจำไม่ค่อยได้แล้ว ดังนั้นจะไม่ลงละเอียดนัก อันนี้ใครมีประสบการณ์สนใจเล่าเพิ่มเติมเขียนลงใน comment ได้เลยนะครับ (หรือถ้าสนใจส่งเป็นบทความก็ได้นะครับ ติดต่อผมได้)
ใครพลาดสองตอนที่แล้ว อ่านได้ที่นี่ครับผม
[part 1 : เตรียมตัวยังไงในการเรียนต่อต่างประเทศ]
[part 2 : ว่าด้วยทุนและการสมัคร]
[ interview with วนรักษ์ ชัยมาโย] part 3.1 : TOEFL นี่เตรียมยังไงครับ&#8230;
พูดถึง Toefl ก่อน ตอนนี้พี่ไม่รู้ว่า paper based ยังมีอยู่มั้ย แต่ตอนนี้ที่เขายอมรับกันตอนนี้ก็คือ IBT เป็น TOEFL ที่เน้นทักษะการฟังพูดอ่านเขียนสี่ด้าน ลักษณะข้อสอบก็เป็นข้อสอบทดสอบการฟังการพูดหกข้อ ทดสอบการเขียนสองข้อ ทดสอบการอ่าน 3-5 ข้อ ส่วนใหญ่แล้วแต่ละมหาวิทยาลัยจะรับคะแนน TOEFL ตั้งแต่ประมาณ 89 ขึ้นไป เช่น Riverside ก็รับ 90 มั้ง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/10/07/int_wanaruk_part3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>interview : วนรักษ์ ชัยมาโย รุ่นพี่ผู้ได้ไปเรียนต่อด้วยทุนจากอังกฤษ part2</title>
		<link>http://akira7.bloggoo.com/2008/09/29/int_wanaruk_part2/</link>
		<comments>http://akira7.bloggoo.com/2008/09/29/int_wanaruk_part2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Sep 2008 17:15:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akira7</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[interview]]></category>

		<category><![CDATA[wanaruk-2008]]></category>

		<category><![CDATA[วนรักษ์]]></category>

		<category><![CDATA[เรียนต่ออังกฤษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=184</guid>
		<description><![CDATA[นี่เป็นโพสต์ที่สองของการสัมภาษณ์รุ่นพี่ของผม วนรักษ์ ชัยมาโย ซึ่งได้ทุนไปเรียนต่อจากมหาวิทยาลัย Edinburgh ที่เมืองหลวงของสก็อตแลนด์
ตอนที่แล้วพี่เขาเล่าเรื่องการตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอก รวมถึงการเตรียมตัวอย่างคร่าวๆ ไปจนถึงการตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัย
มาคราวนี้คือเรื่องทุนการศึกษา และการสมัครมหาวิทยาลัยต่างประเทศครับ
[ interview with วนรักษ์ ชัยมาโย] part 2.1 : แล้วทุนนี้ท่านได้แต่ใดมา&#8230;.
พี่บอกได้เลยว่าน้องทุกคนที่จบปี 4 ไม่จำเป็นต้องสอบทุนรัฐบาลก็ได้ มีโอกาสหาทุนเองได้ ถ้าเก่งก็เกือบ 100 % ฝั่งอเมริกาก็มีทุนให้ UK ก็มีทุนให้
พูดของฝั่งอเมริกาก่อน ประเด็นของเขาคือเขาต้องการ diversity เขาต้องการความหลากหลายจากคนทุกเชื้อชาติไปที่มหาวิทยาลัยเขา เขาต้องการเด็กจบป.ตรีเก่งๆเข้าไปแล้วเขาก็จ่ายเงินให้ แล้วให้ค่าอะไรบ้าง หนึ่งเรียนฟรี สองให้เงินเดือน โดยมีข้อแม้ว่าเราต้องไปสอนเด็กของเขา ไม่ว่าจะเป็นตรวจการบ้าน เป็นติวเตอร์ให้เด็กป.ตรี สอนแล็ป จริงๆทุนที่เขาให้คือให้เราทำงานให้ มันคือการได้ประโยชน์ร่วมกัน เราได้เรียนฟรี เราได้สอน ได้ตรวจการบ้าน นี่คือประสบการณ์ของเรา มันทำให้เราเก่งขึ้นแกร่งขึ้น มีความรู้แน่นขึ้น ถามว่าเหนื่อยมั้ย มันก็คงจะเหนื่อยบ้าง แต่เทียบกับประสบการณ์ที่เราได้มันคุ้ม แล้วเขาได้ประโยชน์อะไร ก็คิดดูว่าแทนที่เขาจะจ้าง professor มาตรวจการบ้านมาสอนแล็ปในเรท professor กลับมาจ้างพวกเราที่ก็เก่งในระดับหนึ่งในเรทเด็กธรรมดา ดังนั้นเขาคุ้ม [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akira7.bloggoo.com/2008/09/29/int_wanaruk_part2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
