สวัสดีครับทุกท่าน สวัสดีหลังจากที่ผมไม่ได้โผล่หน้ามาเสียนาน GRE subject test นี่มันดูดกินวิญญาณไปค่อนข้างมากเลย ชีวิตผมเรียกว่านิ่งไปเลยช่วงสองสัปดาห์ก่อนสอบ

หลังสอบก็นิ่งเหมือนกันครับ หมดแรง แต่รู้สึกว่าต้องลากตัวเองขึ้นมาเขียนเรื่องนี้ให้เสร็จโดยเร็วก่อนที่ผมจะเริ่มลืมว่าเรื่องในช่วงที่ผ่านมาด้วยความเบลอของตัวเอง

ต้องบอกว่าต่างจากTOEFLมาก เพราะผมสอบในช่วงที่ชีวิตตัวเองยุ่งกว่าเยอะ โอกาสจะเพ่งสมาธิไปกับการเตรียมตัวในระยะที่ยาวมากๆนี่เป็นไปไม่ได้เลย ทั้งที่จริงๆนั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น แต่เขาอยากได้ยาวมาก สิ่งที่Subject test ต้องการทดสอบคือความรู้สะสมจากการเรียนตลอดสี่ปีในระดับมหาวิทยาลัย และในหลายข้อก็ใช้ความรู้ระดับมัธยม สรุปคือ คุณทั้งชีวิตรู้มาเท่าไหร่ก็สอบเท่านั้นแหละครับ

แล้วตูรู้อะไรบ้างหลังจากเรียนมาแทบตาย เออ นั่นดิ ตกลง ตูรู้อะไรบ้างนะ!!

นั่นคือคำถามแรกที่ผมคิดว่าควรตอบให้ได้  เนื่องจาก Subject test เป็นเรื่องในสาขาวิชา คนเรียนนั่นและครับน่าจะรู้ดีที่สุด ผมต้องไปนั่งนึกเยอะเหมือนกันว่ามีอะไรบ้างในสาขาของเราที่เราต้องรู้ ยังดีที่เขาจะมีข้อมูลเรื่องสัดส่วนเนื้อหาว่าออกเรื่องอะไรบ้างประมาณกี่เปอร์เซ็นต์เอาไว้ให้ เรื่องนี้ให้ศึกษาดีๆ เพราะสำคัญมากสำหรับการเตรียมตัวเพื่อเราจะได้ไม่เสียเวลาทบทวนเนื้อหาส่วนที่ไม่ออกสอบ

เรื่องของการสมัคร

เรื่องสมัครนี่ ขอเตือนนะครับว่าให้ติดตามบนเวปดีๆ เนื่องจากจะมีการสอบเพียงปีละสามครั้ง คือเมษายน ตุลาคม และพฤศจิกายน และไม่ใช่ทุกสนามสอบที่มีสอบถี่ขนาดนั่น ที่กรุงเทพนี่ก็แค่ปีละครั้งช่วงพฤศจิกายน แต่ใครจะขึ้นไปสอบเชียงใหม่ก็ได้นะครับ มีจัดสอบปีละสองครั้ง คือ เมษากับพฤศจิกา น่าอิจฉาจริงๆ

นอกจากนี้เขายังมี deadline สำหรับการสอบแต่ละครั้ง ซึ่งจะขึ้นเป็นตารางไว้ในwebsiteไม่เกี่ยวกับว่าศูนย์สอบเต็มไม่เต็ม เขาจะปิดล่วงหน้าประมาณเดือนครึ่ง อย่างตอนผมสมัครเพื่อสอบต้นพฤศจิกา การรับสมัครปิดตั้งแต่ปลายปลายกันยาแล้ว

รับสารภาพว่าตอนสมัครสอบเกิดเรื่องตกใจขึ้น เพราะผมดันเข้าไปในเวปตอนที่หมดปีสอบพอดี ทำให้สมัครไม่ได้ ประกอบกับว่าเขากำลังปรับปรุงระบบอยู่ ทำเอาผมเผลอคิดว่าตัวเองพลาดไปแล้วด้วยซ้ำ แต่พอดูตารางดีๆ อ้าว ยังไม่หมดเขตนี่หว่า สรุปคือก็แค่รอจนเขาเปิดรับสมัครอีกครั้งก็สมัครได้

ส่วนวิธีการ ผมใช้มุขเดิมคือเลือกสมัครออนไลน์เพราะรวดเร็วและสะดวกที่สุด แต่ก็ต้องใช้บัตรเครดิต ซึ่งถ้าคนไม่มีก็ต้องหายืมญาติโกโหติกาเอานะครับ

ว่าด้วยเรื่องสนามสอบ GRE subject test

ข้อด้วยสำคัญมากอย่างหนึ่งของ ETS คือเขาไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนของสนามสอบให้

ทั้งหมดที่จะมีขึ้นให้คือชื่อสถานที่ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติ ในกรุงเทพมีสองที่ คือโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี กับอีกที่คือ International School of Bangkok โดยไม่บอกรายละเอียดอะไรมากกว่านั้นเลย

คงสามารถจะรู้ได้เองเนอะว่ามันอยู่ที่ไหน

จริงๆใน admission ticket ที่เขาส่งมาจะมีที่อยู่ให้ครับ แต่วิบากกรรมก็คือตอนสมัครดันไม่บอก แล้วชื่อ International School of Bangkok นี่ก็ช่างเฉพาะมากเลย ผม search เจอชื่อโรงเรียนนานาชาติที่เล่นคำพวกนี้ไปมาอยู่หลายที่เลยทีเดียว ตอนนั้นทำเอาผมเสียหัวและเสียเวลาไม่น้อยก่อนจะตัดใจว่า เอาว่ะ ร่วมฤดีก็ร่วมฤดี ถึงจะอยู่คนละฟากเมืองกับบ้านผม แต่อย่างน้อยที่สุดเราก็ไม่ต้องลุ้นว่าจะหาสนามสอบเจอหรือไม่

เคราะห์ดีที่ระบบการสมัครสามารถเก็บข้อมูลไว้ได้ 24 ชม.ก่อนที่เขาจะลบออกหากการสมัครไม่สมบูรณ์ (คือยังไม่จ่ายตังค์) ผมเลยกรอกส่วนหนึ่งไปก่อน แล้วค้างการเลือกสนามสอบไว้ก่อนจะไปค้นหาและกลับมาสมัครต่อในอีกสิบกว่าชั่วโมงต่อมา

เอกสารที่เขาส่งมา

หลังจากสมัครไปและกระดิกเท้ารออยู่ไม่กี่สัปดาห์ ทาง ETS จะส่งเอกสารสองอย่างมาให้ คือ admission ticket กับ ตัวอย่างข้อสอบเก่าหนึ่งชุด

ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมต้องส่งแยกกัน แต่เอาเถอะครับ เช็คด้วยแล้วกันว่ามันมาครบ เพราะสำคัญทั้งคู่ admission ticket นี่เราต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่คุมสอบเขาตรวจที่หน้าห้องสอบ ส่วนข้อสอบเก่า…. ได้รู้แนวข้อสอบเก่าย่อมดีกว่าอยู่แล้วจริงมั้ยครับ

ชักจะยาวแล้วแฮะ เอาไว้ผมมาเล่าเรื่องข้อสอบต่อตอนหน้าก็แล้วกันนะครับ ระหว่างนี้ถ้าใครมีข้อสงสัยอะไรเป็นพิเศษลองทิ้งคอมเมนท์ไว้ก็ได้นะครับ และจะไปสืบมาให้

หรือใครอยากเล่าประสบการณ์ของตัวเองกับการสอบนี้ เชิญเลยครับผม

TBC…