โพสต์สุดท้ายของการสัมภาษณ์พี่วนรักษ์ รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของผมซึ่งได้ทุนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย Edinburgh ที่สก็อตแลนด์ด้วยทุนจากทางนั้น
ผมสงสัยมาตลอดว่าทำไมเพราะทุนทางอังกฤษมันหายาก ความสงสัยของผมหายไปเยอะเลยทีเดียวตอนที่ฟังสัมภาษณ์ท่อนนี้ การได้ทุนไม่ใช่เหตุบังเอิญเลยครับ เรียกว่าเป็นผลของการวางแผนยาวนานจะดีกว่า
รายละเอียดคงต้องฟังพี่เขาเองครับผม
ตอนที่แล้ว
[part 1 : เตรียมตัวยังไงในการเรียนต่อต่างประเทศ]
[part 2 : ว่าด้วยทุนและการสมัคร]
[part 3 : การเตรียมตัว TOEFL และเล่าเรื่อง GRE]
[ interview with วนรักษ์ ชัยมาโย] part 4 : Profile
อีกอย่างที่เราต้องเตรียมคือ Profile หลักฐานที่เราต้องส่งไปนอกจากจะมีคะแนนภาษาอังกฤษ essay ใบสมัคร แล้วก็ต้องมี CV ด้วย CV คือ Cirriculum evitae หรือ Resume ก็ได้ เป็นแผ่นกระดาษหนึ่งใบสองใบสามใบที่บอกว่าคุณมีผลงานดีเด่นอะไรบ้าง หรือเคยเรียนวิชาอะไรมาบ้าง ทำโปรเจ็กส์อะไรมาบ้าง CV จึงสำคัญมากๆ
ยกตัวอย่าง CV พี่ พี่ก็เขียนว่า ผม วนรักษ์ ชัยมาโย CV นี้ทำขึ้นมาเพื่อใช้เปิดโอกาสให้ผมได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยของคุณ เกรดเฉลี่ยผมตอนนี้อยู่ในระดับเกียรตินิยมเท่านี้ๆ รายวิชาที่ผมเคยเรียนมา ก็บอกไป ส่วนใหญ่จะบอกทางฟิสิกส์ แล็ปที่ผ่านมาเคยทำอะไรมาบ้าง ส่วนใหญ่พี่ก็เอาชื่อแล็ปเท่ห์ๆ อย่าง electron spin resonance คือพี่จะไปเรียนทาง condensed matter พี่เลยเอาชื่อแล็ปเกี่ยวกับ condensed matter ใส่ลงไปเยอะๆ
ต่อมาคือ contest ผลงานการประกวด พี่ก็บอกว่าพี่เคยได้รับรางวัลโครงการนวัตกรรมอันหนึ่ง ผ่านงานpresentอะไรมาบ้าง เช่นไป present งานของที่นี่ งานนั้นงานนี้ ถัดมางานวิจัยที่เคยทำ ตอนเด็กๆก็เกี่ยวกับ GMR Giant Magneto-Resistance โตขึ้นมาหน่อยก็การส่งสัญญาณเสียงด้วยlaser โตขึ้นมาอีกก็การวัดความดันโดยใช้ทับทิม ต่อมาก็ศึกษาการไหลวนของของเหลวภายใต้ microgravity อย่างอันนี้ก็ได้รับทุนจากญี่ปุ่น เป็นตัวแทนประเทศไทย ก็เท่ห์ activity ที่ทำมาก็เคยไป summer school ของเนเธอแลนด์ ได้รับเลือกไป ได้ไปเยอรมัน ไปโครงการ Dasy เป็นตัวแทนประเทศไป
มันก็ไม่ต้องยาว แล้วก็ใส่ชื่ออาจารย์ที่ recommend เราก็ใส่ไปเผื่อว่าเขาจะโทรมาถามว่าเราเป็นอย่างนี้จริงหรือเปล่า
แล้วจะทำยังไงให้ได้ CV ดีๆ มีกิจกรรมเท่ห์ๆใส่ลงไป ไม่ยากครับ ก็คือต้องทำ(ฮา) พี่รู้ว่าพี่ต้องเขียน CV แบบนี้เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้นพี่ก็ต้องพยายามให้มีผลงานออกมา อย่างตอนปี 2 พี่ก็ไปประกวดโครงงานนวัตกรรม ก็ทำโครงงานไปได้รางวัลชมเชยมา ก็โอเคอย่างน้อยคุณก็มีเขียน หลังจากนั้นพี่ก็ได้เข้าร่วมอีกหลายงาน พี่อาจจะไม่ได้เขียนใน CV แต่เราก็ได้ร่วมกิจกรรม ทำไปเยอะๆ ยิ่งได้ร่วมเยอะ แข่งขันเยอะ เห็นเยอะก็จะเก่งขึ้น
ต่อมาพี่ก็ดู CV ตัวเองว่าพี่ไม่มีกิจกรรมไปต่างประเทศเลย พี่อยู่ JSTP ซึ่งเขาสนับสนุนให้ไป พี่เลยเขียนโครงการว่าพี่อยากไปเรียน summer school ที่ต่างประเทศ ส่งผมหน่อยได้มั้ย สรุปคือเขาส่งไปได้ พี่ไม่ได้ขอทุกบาททุกสตางค์ไปนะ พี่ได้ทุนของพี่นู่นพวกค่าที่พักค่าเรียนแล้ว เหลือแค่ค่าตั๋วเครื่องบิน เขาก็ช่วยเหลือเลยได้ไป ก็เห็นว่าเราก็ต้องมีความสามารถระดับหนึ่งเขาถึงจะให้ไป
พี่ก็ไม่ได้ทำทุกอย่างเพื่อ CV หรอก พี่ก็ทำงานเยอะๆร่วมกิจกรรมเยอะๆเพื่อประสบการณ์ของพี่เองนั่นแหละ แต่ผลพลอยได้คือ CV ก็สวย
แล้วอีกโครงการคือตอนนั้นพี่อยากไปญี่ปุ่นแต่ไม่มีปัญญา พี่เลยสมัครเข้าร่วมโครงการการประกวดแข่งขันการทดลองในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงตอนปี 3 แล้วก็พลาด ปิ๋ว ตอนปี 4 พี่สมัครอีกครั้งแล้วก็ได้ สุดท้ายก็ได้ไปทำการทดลองช่วงธันวาคมที่ผ่านมา ผลพลอยได้ก็คือ CV สวยอีกแล้ว มีประสบการณ์ต่างประเทศถึงสองครั้ง ก็ถือว่าโอเค หรือถ้าใครมี paper แล้วก็เขียนบอกได้ว่าเรามี paper นี้ๆ นะ ไม่จำเป็นต้องเป็น paper ต่างประเทศนะ ในประเทศก็ได้ หรือ paper ไม่เป็นทางการตีพิมพ์ในวารสารมหาวิทยาลัยก็ได้ (เอ มีป่าวหว่า) ก็เขียนไปเหอะ เขาจะได้รู้ว่าเรามีผลงาน
เล่าให้ฟังอีกอย่าง พี่ได้มาโครงการ Desy เป็นตัวแทนประเทศไทยมา CV ก็สวยอีกแล้ว แต่กว่าที่พี่จะได้มาพี่ก็ต้องสะสม CV ก่อนหน้านี้เพื่อแสดงให้คณะกรรมการ Desy เห็นว่าพี่มีคุณสมบัติพอที่จะมาโครงการ Desy ได้ ฉะนั้นทุกอย่างมันสะสมจากสิ่งเล็กมาสิ่งใหญ่เรื่อยๆ มาถึง Desy ซึ่งเป็นเกียรติประวัติที่พี่ภูมิใจมากๆ
อย่างที่พี่บอกคือ Desy ก็ทำให้ CV พี่ออกมาดูดี แต่ก่อนที่จะได้มาก็ต้องทำ profile เล็กๆให้ดีก่อน ให้คณะกรรมการเขาเห็นว่าพี่เคยประกวดแข่งขันมาแม้มันจะกิ๊กก๊อก เคยไปต่างประเทศมากบ้าง ให้เขาเห็นศักยภาพ แต่ก็ใช่ว่าเป็นศักยภาพทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียวนะ พี่บอกไปเลยว่าพี่เป็นนักร้องในวงดนตรีที่มหาวิทยาลัย พี่เล่นดนตรี พี่อยู่ในพวกโครงการดำน้ำ พี่ทำหนังสือรุ่นหนังสือคณะ พี่ถ่ายรูป พี่เป็น lead dance พี่เป็นพิธีกรช่วยงานคณะ ซึ่งเขาก็เห็นว่าพี่มีคุณสมบัติในการสื่อสารและเป็นผู้นำได้ ซึ่งก็เป็นคุณสมบัติที่พึงมี ก็ช่วยให้พี่ได้เข้าโครงการ
ดังนั้นการทำ profile ก็ใช่ว่าจะทำแต่ในสาขาอย่างเดียว จะทำก็ได้ แต่มีทางอื่นด้วยก็ดีนะครับ
Recent Comments