ต้องขอโทษด้วยจริงๆที่พักนี้ผมไม่ค่อยได้อัพเท่าไหร่ งานค่อนข้างยุ่งเพราะต้องพยายามปั่นโปรเจ็กจบแล้วน่ะครับ (ยังยึดหลักการงานเป็นงานการบ้านไม่ทำเหมือนเดิม)

จากpostก่อนนู้นผมเขียนถึงการเขียนจดหมายไป มีข้อความหนึ่งที่ปรากฏในเวปที่ผมอ่านซึ่งวิ่งอยู่ในหัวผมมาวันหนึ่งได้

เขาบอกว่า cover letter นี่เขียนค่อนข้างยาก เพราะเราต้องพยายามเสนอตัวเองให้กับว่าที่ผู้ว่าจ้างเราในขณะที่พยายามจะไม่ให้มันดูโม้จนเกินไปด้วย

เป็นข้อความที่ฟังดูธรรมดานะครับ ก็แหง ใครชอบคนขี้โม้ช่างข่มล่ะครับจริงมั้ย แต่มันทำให้ผมนึกไปถึงเรื่องหนึ่งที่เคยได้ยินคนใกล้ตัวคุยกันอยู่ คือเรื่องของการ present ตัวเอง

เขาว่ากันว่าคนไทยทำงานกับต่างชาติจะรุ่งเรืองค่อนข้างยาก เพราะเรา presentตัวเองกันไม่เก่งครับ

present ไม่ได้หมายความว่าเสนอหน้านะครับ แต่คล้ายๆกัน สำหรับผมเสนอหน้าแปลว่ามันไม่ได้มีอะไรหรอก แค่อยากให้คนเขาเห็น เรียกว่าเรียกร้องความสนใจโดยไม่มีสาระอะไร แต่present ตัวเองคือการแสดงความคิดความเห็นความสามารถของเรา เอา”สาระ”ของเราไปแสดงว่าง่ายๆ เพื่อให้คนอื่นๆเห็นศักยภาพของเราอย่างเต็มที่

อันนี้ต้องยอมรับกันก่อนนะครับ ว่าการที่เราไม่สามารถ present ตัวเองสู้ชาวบ้านเขาได้เพราะว่าโดยวัฒนธรรมเราไม่ชอบคนที่ทำแบบนั้น คือเส้นของเสนอหน้ากับ present ของเรามันอยู่ชิดจนแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่แล้วครับ ขนาดคำแทนการ present ตัวเอง ผมยังนึกคำไทยไม่ออกเลย (มีหรือเปล่าเถอะ) พวกเรามองการเสนอศักยภาพของตัวเองเป็นการโม้ (เอ้อ คำนี้พอใช้ได้)

โปรดสังเกตว่าไม่มีสุภาษิตคำพังเพยของไทยไม่มีเรื่องของการสำแดงศักยภาพ มีแต่ให้ “ปิดทองหลังพระ”

ซึ่งดีนะครับไม่ได้หมายความว่าไม่ดี คนเราทำงานหวังเอาหน้าเป็นหลักไม่มีทางได้งานแน่ แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือพวกเราทำงานกันใหญ่ คนไทยเป็นเก่งนะครับ แต่ไม่มีใครรู้เลย!!

อันนี้เพราะเราขาดการฝึกฝนในการนำเสนอตัวเอง ถ้าเราพูดมากเรื่องที่เราคิดผู้ใหญ่ก็ไม่ชอบ เพื่อนก็หาว่าเอาหน้า น้องก็หาว่าขี้โม้ แค่จะถามยังโดนค้อนว่าทำตัวเด่น (เคยเจอมั้ยครับแบบนี้ ผมเคยนะ กะตัวเลย) สรุปคือหุบปากแล้วอยู่เฉยๆรอจังหวะดีกว่า

นั่นคือวัฒนธรรมคนไทย แต่ทันทีที่คุณออกจากโลกใบน้อยนี้ไป ก็ Welcome to the World ครับ

ผมมีญาติคนหนึ่งทำงานอยู่ในบริษัทข้ามชาติซึ่งทำให้เขาต้องทำงานกับคนจากหลากหลายประเทศ ทั้งฟิลิปปินส์ อินโด ออสเตรเลีย อเมริกา มาเลเซีย อิตาลี ฯลฯ ซึ่งทำให้เขาเห็นลักษณะที่แตกต่างของคนแต่ละประเทศเทียบกัปประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่เขาบอกว่าชัดเจนมากคือลักษณะการpresent ตัวเองที่คนไทยทำได้ไม่ดีเอาซะเลย

เริ่มจากพูดอังกฤษสู้เขาไม่ได้ เกี่ยงงานในบางที และที่สำคัญคือไม่รู้วิธีแสดงความสามารถของตัวเองให้เจ้านายได้เห็น

ตรงข้ามกับบางประเทศ ขอเอ่ยชื่อประเทศเลยแล้วกันนะครับ ญาติผมคนนี้พูดถึงผู้ร่วมงานจากฟิลิปปินส์ซึ่งเขาบอกว่าเป็นประเทศหนึ่งที่เสนอตัวเองเก่งมาก!

ไม่เพียงแค่ present งาน แต่ตอบโต้ว่องไว โชว์พาว(อย่างที่เราเรียกกัน)อยู่เป็นระยะ และที่สำคัญคือ เขามีน้ำอดน้ำทนและความสามารถพอกับที่คุยไว้นั่นแหละ

ไม่ได้ดีแค่เปลือกที่สำแดง ข้างในก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเท่าไหร่

แน่นอนว่าคนลักษณะนี้มาอยู่เมืองไทยต้องโดนเพ่งเล็งโดยคนไทยอยู่แล้ว เพราะมันจะโม้อะไรนักหนา ถ้าให้ผมคาดเดาจากปฏิกิริยาคาดว่าคนนี้คงpresentออกนอกหน้าจริงๆเทียบกับเพื่อนร่วมงานประเทศอื่นๆ แต่เพราะเขาpresent เจ้านายถึงรับรู้ถึงความสามารถและได้งานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

คนไทยเหรอครับ ย่ำต๊อกตำแหน่งเดิมมาหลายปีแล้ว!

จะว่าคนของเราไม่เก่ง ไม่ใช่หรอกครับ เราถูกปลูกฝังมาอีกแบบก็เท่านั้น เราได้รับการสนับสนุนให้แสดงออกด้วยการนำเสนอผลงานในห้องเรียน เรียนวิชาพูดในที่สาธารณะ แต่มันก็แค่นั้นแหละครับ มันไม่ใช่วัฒนธรรมของพวกเราที่จะพูดและแสดงออกเพื่อแสดงศักยภาพของตัวเอง พอชนเวทีใหญ่ มันเลยลำบากอยู่นี่ไง

ที่ผมพูดนี่ เพราะผมอยากเตือนคนที่วาดหวังจะไปเมืองนอกว่ามันไม่ใช่แค่ว่าคุณฉลาด ขยันขันแข็ง เกรดเฉียด4.00 แล้วคุณจะกลายเป็น celebrity ผู้อยู่เหนือการแข่งขันทั้งมวล ถ้าเราจะไปเมืองนอก แม้ไปเพื่อแค่เรียนก็ตามเถอะ เราต้องเข้าใจด้วยว่าเขาคาดหวังอะไรจากเรา อย่างหนึ่งที่เขาต้องการเห็นคือศักยภาพของเราผ่านการ present ตัวเอง

มันยากนะครับที่จะหาขีดกลางของความพอดีถ้าไม่ได้ฝึกฝน ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ทำงานก็ทำไปเงียบๆ มีอะไรไม่ค่อยสื่อสารกับชาวบ้าน โดยเฉพาะคนที่คุมงานเราอยู่ถ้าเขาอาวุโสมากกว่า เพราะผมรู้สึกว่างานมันงานเรา เขามอบหมายมาแล้ว เราควรจัดการให้เสร็จสมกับที่ได้งานมา ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานไป การไม่สื่อสารนี่แหละครับที่เป็นจุดอ่อนสำคัญ เพราะเราไม่พูดเขาก็ไม่รู้จักเรา ไม่รู้ความสามารถของเราหรือว่าเราทำอะไรอยู่ อู้งานหรือกำลังขะมักเขม้น แค่ต้องสื่อสารอย่างเดียวเท่านั้นแหละครับ

ผมไม่อยากให้ใครตกหลุมเดียวกันนะครับ จริงอยู่ที่ว่าสำหรับหลายสาขาการไปเรียนต่อไม่ได้จำเป็นต้องโชว์พาวอะไรเขามากมาย แต่วันหนึ่งที่คุณต้องเข้าสู่สนามแข่งจริงๆ ผมว่าวันนั้นคุณก็จะรู้สึกว่าความจริงแล้วการแสดงศักยภาพให้เป็นที่ประจักษ์ของผู้คนนั้นสำคัญ

และมันต้องใช้เวลาเพื่อขัดเกลา อย่างน้อยก็เริ่มที่ความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นของเราก่อนก็ได้ครับ ผมรู้สึกเลยนะว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมขาดไปคือความกล้าที่จะพูดสิ่งที่คิด ผมชอบเขียนครับ แต่ผมไม่ชอบพูด การเป็นคนเงียบๆอาจช่วยคุณให้อยู่เรื่อยๆได้ในสังคมไทย แต่สังคมข้างนอกออกไปผมไม่กล้ารับประกัน

ดังนั้นมาเริ่มกันนะครับ หัด present ตัวเองอย่างเหมาะสม ผมว่าเราสามารถขัดเกลาความสามารถนี้ได้แม้อยู่ในสังคมที่ไม่นิยมมันก็ตาม