หลังจากเล่ามายืดยาวมาสรุปกันซักนิดว่าผมได้บทเรียนอะไรที่เป็นประโยชน์มาบ้าง

1. ไม่มีความจำเป็นต้องท่องศัพท์ รู้สึกชัดมากครับตอนอยู่ในห้องสอบ เพราะส่วนที่สำคัญที่สุดของศัพท์คือการเอาไปใช้ เพียงแค่ท่องไปก็แค่ช่วยบ้างตอนอ่าน แต่ไม่ได้ช่วยตอนเขียนหรือพูด ดังนั้นการเตรียมศัพท์ต้องเตรียมระยะยาวพร้อมกับ Grammar เอาชนิดที่ว่าสามารถเอาไปใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว อย่าเตรียมช่วงใกล้สอบ ไม่มีประโยชน์

2. การสอบTOEFL เป็นทักษะที่ต้องเข้าใจแนวข้อสอบ คือทักษะดีอย่างเดียวก็อาจจะไม่เวิร์ค เตรียมแต่แนวมาก็ไม่น่ารุ่ง แต่ถ้าทักษะดีพอประมาณและเข้าใจสิ่งที่ข้อสอบต้องการน่าจะรุ่งเรืองที่สุด

3. ครองสติให้มั่นคง ห้ามตื่นเต้น ลนลาน สติแตก เสียself โดยเฉพาะ part speaking เขาอัดเสียงเราดังนั้นรับประกันไม่ได้หรอกครับว่าเสียงมันจะชัด จะตะกุกตะกัก อ้ำอึ้งนานๆ หรือแอบหลุดเพราะเสียงคนข้างๆไม่ได้ ผมมีหลุดไปเหมือนกันครับเพราะความตื่นเต้น เสียคะแนนแน่นอนครับงานนี้

4. เตรียมไหวพริบไปให้ดี โดยเฉพาะกับ speaking ถ้าเจอคำถามที่ช่างไม่ใกล้ตัวเราเสียเลยต้องแต่งเรื่องกันตอนนั้น เพราะเขาจะดูทักษะครับ เขาไม่ได้อยากรู้เรื่องของเรา เมคได้ ไม่มีใครว่า แต่ต้องคิดให้ทัน

5. ร่างกายต้องพร้อม สมองเองก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย สมองจะทำงานเต็มที่เราก็ต้องดูแลร่างกายเต็มที่ กินอิ่มนอนหลับ เครียดได้ครับแต่ต้องนอนให้พอ ผมเจอมากับตัวเองตอนสอบที่มหาวิทยาลัย เอาแต่อ่านเพราะกลัวอ่านไม่ทัน ไม่พักให้เต็มที่ ปรากฏว่าคิดอะไรไม่ออกทำข้อสอบไม่ได้เลย ยังดีที่แบ่งสอบสองครั้งถึงพอรอดตัวมาได้ แต่เหตุการณ์แบบนี้จะอันตรายมากถ้าเป็นการสอบที่แก้ตัวไม่ได้(ถ้าไม่เสียตังค์เพิ่ม)อย่าง TOEFL

ส่วนทักษะที่จำเป็นต้องฝึก นอกจากไอ้ฟังพูดอ่านเขียนแล้วยังมี

1. การจด lecture ไม่ได้บังคับว่าต้องเป็น แต่ควรทำให้ได้ ความสามารถในการlecture จะช่วยมากเมื่อทำ listening

2. การเขียน essay อันนี้ไม่มีใครบอกว่าจำเป็น แต่ผมว่าจำเป็น มันช่วยลำดับความคิดได้มากทีเดียวว่าควรเขียนตอบยังไง ซึ่งทำให้เขียนได้เร็วขึ้นเยอะถ้าฝึกจนชินมือ

3. การเข้าใจอารมณ์และความหมายแฝงของคำพูด นี่น่าจะเป็นแนวคำถามที่โหดที่สุดของ listening ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์เป็นหลัก ไม่มีตำราไหนเขียนไว้เสียด้วย

4. ฝึกย่อความ จับใจความ และ parapharsing ไว้ให้ดี เพราะเขาจะถามพวกนี้เยอะมาก การตอบเราต้องเรียบเรียงเนื้อหาใหม่และอ้างถึงผู้พูดให้ชัดเจน เรื่องนี้ไม่ฝึกให้ชินไว้อาจเผลอได้นะครับ

แม้หลังจากคลานออกจากห้องสอบมาอย่างหมดแรงผมยังกล้ายืนยันครับว่าข้อสอบนี้ไม่ได้ยากจนเกินไป ไม่อยากให้ใครที่อ่านสิ่งที่ผมเขียนหรือได้ฟังใครเขามารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเกินความสามารถ มันไม่เกินกำลังหรอกครับ ทำข้อสอบก็เหมือนทำสงคราม รู้เขารู้เรารบร้อยก็ชนะร้อย เราต้องรู้จุดอ่อนของตัวเองที่ต้องแก้ไข และรู้ข้อสอบว่าเขาต้องการอะไร แนวข้อสอบมีวางขายอยู่ ซีดีก็มี คอร์สติวก็มี ข้อสอบในมหาวิทยาลัยซะอีกที่ไม่มีแนว! ถ้าผ่านของแบบนั้นมาได้ก็ต้องผ่านของแบบนี้ได้อยู่แล้ว

อ่านถึงตรงนี้แล้วใครจะสอบก็รีบไปเตรียมตัวครับ ให้เวลาตัวเองได้พัฒนาทักษะหน่อย อย่าหักโหมแล้วก็ดูแลตัวเองให้ดี ไม่มีใครดูแลคุณแทนตัวคุณเองได้หรอกครับ

May the Force be with You! โชคดีครับผู้กล้าทุกคน