Jun
16
2008
ต้องขออภัยว่าผมลงข่าวผิดไปเล็กน้อยคืองานที่จัดที่เซ็นทรัลลาดพร้าวเป็นวันที่ 14 แต่งานที่ผมไปนี่ เป็นงานของนิวซีแลนด์ล้วนๆ เป็นวันอาทิตย์ที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา งานนี้จัดที่ Royal Paragon Hall, Siam Paragon
ยังดีที่ไปวันที่ 15 ไม่ใช่ 14 เพราะงานวันที่ 14 หนักออสเตรเลียครับ ซึ่งผมไม่ได้มีมหาวิทยาลัยที่สนใจที่นั่น ไปแล้วคงเสียเส้นพิลึก
แต่ต้องขออภัยทีให้ข่าวผิดพลาดออกไป ครั้งหน้าผมต้องระวังมากกว่านี้ซะแล้ว
เอาล่ะครับว่าเว้ากันเรื่องงานที่พารากอนดีกว่า เพราะเป็นนิวซีแลนด์ล้วนๆ เลยไม่ได้มีแต่มหาวิทยาลัยอย่างเดียว มีทั้งโรงเรียนสอนภาษา ทั้งโรงเรียนมัธยม - จริงๆต้องเรียกว่าหนักโรงเรียนมัธยมที่สุดนะครับเท่าที่ดู - แล้วก็บริการเกี่ยวกับพวกไปทำงานพิเศษที่โน่น
ผมไม่ได้เดินดูพวกโรงเรียนมัธยมกับโรงเรียนสอนภาษา แต่ไปแถวโซนมหาวิทยาลัย กับไปนั่งคุยกับพี่ๆจากสมาคมศิษย์เก่านิวซีแลนด์ซึ่งตั้งบูทอยู่ด้านหน้าสำหรับให้คำปรึกษาผู้ที่สนใจพร้อมเอกสาร ส่วนมากเป็นแผ่นพับเรื่องลักษณะการศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์ แล้วก็เรื่องวีซ่าสำหรับผู้ที่สนใจไปเรียน รวมทั้งไปทำงานพิเศษที่นั่นด้วย
แต่เท่าที่คุย รู้สึกว่าวีซ่านักศึกษาของนิวซีแลนด์จะอนุญาตให้ทำงานพิเศษได้ 20 ชม.ต่อสัปดาห์โดยถูกกฎหมายอยู่แล้ว อันนี้ไม่จำกัดว่าทำงานในเหรือนอกมหาวิทยาลัย และต้องเสียภาษีตามปรกติครับ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีบริการสำหรับผู้ที่สนใจจะทำงานพิเศษซึ่งจะช่วยดูแลเรื่องการลงทะเบียนผู้เสียภาษีให้เราด้วย เห็นว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ไปเรียนที่โน้นจะมีงานทำกันทุกคน ได้ชั่วโมงตก 10 เหรียญนิวซีแลนด์แต่ก็ต้องหักภาษีลงไปอีก
หลงมาเรื่องเงินๆทองๆแล้วผมเลยชวนคุยเรื่องทุนเสียเลย
” พี่ครับ ที่โน่นมีทุนให้ป.โท บ้างมั้ยครับ ”
” เสียใจครับน้อง ตอนนี้เขาไม่มีน่ะ แต่ก็ต้องคุยกับมหาวิทยาลัยเขาดูก่อนนะ ”
แต่ข่าวว่าสำหรับป.เอก ตอนนี้รัฐบาลนิวซีแลนด์ให้การสนับสนุนอยู่ทำให้ค่าเล่าเรียนถูกลงมากๆๆๆ แต่ก็เฉพาะค่าเล่าเรียนนะครับ เรื่องค่ากินค่าอยู่ก็ยังต้องหาเอาเอง อีกอย่างที่น่าหนักใจเกี่ยวกับการสมัครป.เอกคือเขาจะใช้เวลาพิจารณานานมากว่าจะรับเรามั้ย เห็นว่าราว 6 เดือนถึง 1 ปี!
” แล้ววิธีสมัครล่ะครับพี่ ต้องส่งมหา’ลัยก่อน หรือติดต่อคณะก่อน ”
” อันนี้แล้วแต่มหา’ลัยน่ะครับ แต่ละม.ก็ไม่เหมือนกัน ”
นับเป็นประเทศที่วิธีสมัครเป็นเอกเทศมาก ไม่เหมือนที่ผมเคยไปคุยกับมหาวิทยาลัยอังกฤษเท่าไหร่ หมายความว่าผมต้องเดินเข้าไปจัดการเองเลยใช่มั้ยครับเนี่ย
” แต่ก็มีบริษัทรับจัดการให้นะครับ ก็สะดวกดี เราไม่ต้องวุ่นวายเอง ”
อันนี้ยืนยันครับว่าเยอะมาก! ผมเดินแต่ละซุ้มจะมีเจ้าหน้าที่ชาวไทยนั่งประกบเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยมันทุกซุ้ม และถ้าสังเกตดีๆก็จะมาจากบริษัทซึ่งจัดการเรื่องงานศึกษาต่อพวกนี้หลายบริษัทคละกัน ซึ่งทำให้ผมแปลกใจอยู่ เพราะตอนไปงานของอังกฤษเขาเว้าอังกฤษกันทั้งงาน อันนี้ภาษาไทยช้งเช้งกันตลอดเรื่องเลยครับ
หลังจากคุยกับพี่ๆที่สมาคมศิษย์เก่าเสร็จผมเลยเตร็ดเตร่ไปตามซุ้มต่างๆ ซึ่งผมก็เข้าไปคุยแค่ไม่กี่ที่เท่านั้นแหละครับ ถามเรื่องทุนก็ยืนยันครับว่าไม่มีในตอนนี้
ข้อเสียสำคัญอย่างหนึ่งของการไปนั่งคุยแบบนี้คือเจ้าหน้าที่ที่มามักจะเป็นคนจากส่วนกลางของมหาวิทยาลัยซึ่งดูแลเรื่องการรับเด็กต่างชาติ แต่เขาจะไม่ค่อยทราบรายละเอียดของแต่ละคณะ ข้อมูลส่วนนั้นต้องหาเอาบนอินเตอร์เน็ต (แปลว่าถ้าอยากได้ข้อมูลจริงๆไม่ต้องไปงานพวกนี้ก็ได้) prospectus หรือหนังสือรายละเอียดของมหาวิทยาลัยก็มีรายละเอียดไม่มากนัก เข้าเวปไว้ก่อนดีกว่าครับ
แต่อย่างน้อยไปงานนี้ก็ได้ยืนยันวิธีสมัครครับ สำหรับมหาวิทยาลัยที่ผมสนใจ คือต้องติดต่อไปที่คณะก่อน แล้วเดินเรื่องจากตรงนั้น แต่เรื่องทุนถามแล้วก็ยังไม่มี แต่ผมไม่ได้ถามเรื่องทุน TA,RA เพราะคาดว่าเขาคงไม่ทราบรายละเอียดตรงนี้ deadline การสมัครก็แล้วแต่แต่ละมหาวิทยาลัยจะจัดการกัน บางมหาวิทยาลัยสามารถตอบคุณได้เลยว่าจะรับถึงเมื่อไหร่ บางที่ก็ไม่ ต้องแล้วแต่คณะจะจัดการ
แต่เท่าที่ผมดูรู้สึกว่าเขาจะเรียนกัน 2 เทอม คือเปิดที่เดือน กุมภาพันธ์กับกรกฏาคม ความมันส์นิดหน่อยของการส่งใบสมัครอยู่ที่ว่าบางมหาวิทยาลัยจะรับใบสมัครเข้าพิจารณาเพียงแค่ครั้งเดียวต่อปี! อันนี้ขึ้นกับมหาวิทยาลัย คณะ และหลักสูตรที่เรียน
เฮ้อ…วุ่นวายดีจริงๆเลยครับ
แต่ที่ทั้งหมดเหมือนกันอย่างหนึ่งคือไม่ต้องสอบอะไรมากครับ ส่วนมากเขาจะถามหาแค่คะแนนภาษาอย่างเดียวเลย โดยเขาจะรับIELTเป็นหลัก แต่ TOEFL ก็ใช้ได้ บางสายที่เขาอาจจะขอportfolio ไว้สำหรับพิจารณาด้วย ดังนั้น อย่างที่ผมเคยบอก เตรียมผลงานของตัวเองไปให้ดีๆ แล้วอย่าลืมเตรียมภาษาให้พร้อม
เพราะถ้าได้ยิงใบสมัครในงานนี้เลยก็สมัคร ฟรี นะครับ พลาดอาจเสียใจ+ตังค์นะเออ
ปล. ผมเพิ่งสังเกตว่าตัวเองพูดถึงเรื่องมหาวิทยาลัยของอังกฤษเอาไว้ในนี้ด้วย คงเพราะงานนั้นผมไปคุยกับหลายที่มาก ไว้จะเล่าให้ฟังคราวหน้านะครับว่าไปเจออะไรมาบ้าง