เตรียมตารางสอบกันเถอะ
Posted by akira7 on June 13th, 2008ชื่อentryวันนี้ชื่อที่ปัญญาอ่อนกว่าความเป็นจริง
เพราะจริงๆการวางแผนเรื่องนี้สำคัญครับ การสอบแต่ละแบบมีเวลาที่คะแนนจะเก็บไว้ยื่นได้จำกัด ไม่ใกล้ใช้ไม่ควรสอบเล่น เพราะมันเปลืองมาก การสอบแต่ละครั้งคือ 100-200 เหรียญ และเกือบจะแน่นอนว่าต้องสอบมากกว่าหนึ่งอย่าง กระเป๋าฉีกกันเห็นๆ
ที่สำคัญอีกอย่างคือมหาวิทยาลัยต่างประเทศส่วนมากจะมี deadline ของการส่งใบสมัครอยู่ และก่อนส่งใบสมัครเราอาจต้องคุยนอกรอบกับทางนั้นก่อนหรือเปล่าไม่รู้ คะแนนเช่นคะแนนภาษาอาจจำเป็นสำหรับการเจรจาเรื่องพวกนั้นขึ้นมาก็เป็นได้
นอกจากนี้การสอบบางอย่างต้องสมัครล่วงหน้าเป็นเดือน ยังไม่นับว่าหลังสอบแล้วต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะได้คะแนนอีก เรียกว่านึกจะใช้ก็ไม่ได้เดี๋ยวนั้นหรอกนะครับ ต้องวางวันสอบให้แน่นอนจะได้มีคะแนนทันใช้
คราวนี้ปัญหามันอยู่ที่ว่าจะวางตารางของเรายังไงล่ะ
อันนี้ต้องบอกว่าขึ้นกับการสอบแต่ละประเภทด้วย อันนี้ผมขอยกตัวอย่างของตัวผมเองแล้วกัน ผมต้องสอบสามอย่างครับคือ TOEFL, GRE general test และ GRE Subject test
สิ่งแรกที่ผมทำคือลำดับความสำคัญของการสอบสามอย่างนี้ ผมจัดไว้แบบนี้ครับ
1. TOEFL แสดงความสามารถทางภาษาของเรา สามารถใช้เจรจาได้หลายเรื่อง ผมตั้งใจว่าจะสมัครทำงานเป็นผู้ช่วยสอนด้วย (หาเงินจุนเจือตัวเอง) ดังนั้นผมอาจจำเป็นต้องมีคะแนนนี้แต่เนิ่นๆสำหรับการเจรจา
2. GRE subject test แสดงความสามารถของวิชาเฉพาะที่ร่ำเรียนมาตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย นี่คือหน้าตาของเราว่าฝีมือเราระดับไหน อันนี้ต้องมีและต้องทำให้ได้ดี
3. GRE general test แสดงความสามารถใน 2 ทางของเราคือ ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ สาขาที่ผมไปเรียนเขาไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้มากนัก subject test สำคัญกว่า เขาแค่เอาไว้พิจารณาประกอบ (ซึ่งดีแล้ว เพราะข้อสอบภาษาอังกฤษของการสอบนี้ ยาก-ฉิบ-หาย ขออภัยที่ไม่สุภาพครับ แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ )
ดังนั้นผมตัดสินใจว่า TOEFL ต้องสอบก่อน คะแนนนี้จะเป็นประโยชน์ที่สุดในขั้นตอนแรกๆ
สำหรับสองอันหลัง ผมลองหาตารางจัดสอบมาดูเพื่อตัดสินใจว่าควรทำอะไรก่อนหลัง ปรากฏว่าตัดสินใจไม่ยากเลยครับ GRE subject test จะสอบที่กรุงเทพฯ เฉพาะช่วงตุลา-พฤศจิกา แค่ครั้งเดียวต่อปี! ไม่ต้องคิดเลย เขาให้มาวันไหนสอบวันนั้น
ส่วนGRE general test สอบถี่มากและสำคัญน้อยที่สุด ผมมีโอกาสตัดสินใจเองได้เลยว่าจะสอบเมื่อไหร่
คราวนี้พอลำดับเรื่องการสอบได้บ้างแล้ว มาดูตารางชีวิตตัวเองบ้าง
ผมอยากไปเรียนต่อทันทีที่เรียนจบ สำหรับผมคือราวกลางมีนาคมมีโปรเจ็กจบส่งเรียบร้อย นำเสนออาจารย์ผ่านก็เสร็จสิ้น ถ้าไม่มีพลิกโผติด F ก็จะถือว่าเป็นบัณฑิตใหม่แล้วล่ะ (ยืด)
คราวนี้มาเช็คตารางมหาวิทยาลัยต่างประเทศบ้าง เทอมที่เปิดหลังจากมีนาคมคือช่วงกันยายน (อันนี้ของมหาวิทยาลัยที่แคนาดาที่ผมเคยเข้าไปดูนะครับ) โอเค เราอยากเรียนเทอมนี้เลย เขาปิดรับสมัครเมื่อไหร่
ปรากฏว่าเท่าที่เคยๆคุยกับรุ่นพี่เขาบอกว่าdeadlineจะขึ้นกับมหาวิทยาลัย แต่ราวๆ ธันวาหรือมกรา อย่างช้าที่สุดที่ผมเห็นมาเองคือ กุมภา
เอาล่ะ เรามาลงตารางสอบกันเลยดีกว่า
ผมรู้ว่าเทอมสองผมต้องวุ่นวายกับโปรเจ็กแน่ๆ ผมไม่อยากสอบเทอมสองถ้าไม่จำเป็น ผมต้องการคะแนนTOEFLที่ดีก่อน ดังนั้นผมไม่อยากให้มันมาวุ่นวายกับชีวิตการทำโปรเจ็กของผม
ดังนั้นผมเลยสอบตั้งแต่ปิดเทอมฤดูร้อนระหว่างที่ผมฝึกงานอยู่กับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยซึ่งทำให้ผมมีตารางงานที่ยืดหยุ่นได้ ช่วงนี้เหมาะมาก
เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัว ผมเลือกสอบกลางเดือนพฤษภา
GRE subject test มีตารางของมันเองอยู่แล้ว ผมมีหน้าที่แค่จัดตารางอ่านหนังสือของตัวเอง เคราะห์ดีที่สอบหลังเปิดเทอมใหม่ๆ ดังนั้นผมมีปิดเทอมไว้อ่านหนังสือ+ทำโปรเจ็ก
ทีนี้ก็เหลือ GRE general test ผมจะทำยังไงกับมันดี
มีสองทางเลือก ทั้งสองทางเลือกคือสอบช่วงเปิดเทอม และเนื่องจากมันสอบวันธรรมดา ผมต้องดูตารางเรียนของตัวเองก่อนว่าจะชนกันหรือเปล่า
ถ้าเทอมแรกตารางอำนวยผมจะสอบทันที เพราะรอหวังน้ำบ่อหน้าเทอมสองไม่ได้หรอกครับ ถึงจะว่างกว่าก็จริง แต่ถ้าวิชาเรียนดันตรงกับวันสอบหมด ก็จะมีแต่เสียใจที่ไม่คว้าโอกาสไว้เอง
เท่ากับว่าตอนนี้ผมมีตารางสอบคร่าวๆของตัวเองแล้ว การอ่านหนังสือก็จะง่ายขึ้น คราวนี้ก็ถึงเวลาสืบหาแนวข้อสอบแล้ววางแผนการอ่านหนังสือของตัวเอง
และเนื่องจากผมสอบ TOEFL ไปแล้ว คราวหน้าผมจะเล่าให้ฟังนะครับว่าไปเจออะไรมาบ้าง
Recent Comments