Dream the Impossible, then Do what’s Possible
Posted by akira7 on June 6th, 2008วันนี้ดัดจริตขึ้นหัวเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ แต่ผมรู้สึกว่าผมอยากขยายความประโยคนี้ซักหน่อย
” จงฝันถึงสิ่งที่เหนือความสามารถ แล้วทำในสิ่งที่สามารถ ”
ไม่แน่ใจว่าผมไปฟังใครมาหรือเปล่า หรือมันลอยออกมาจากหัวผมเอง ผมเลยไม่รู้ว่าควรให้เครดิตใคร อย่างไรก็ตามผมคิดว่ามันให้หางเสือทางความคิดที่เข้าท่าอยู่เหมือนกัน
ให้ฝันถึงเรื่องที่เหนือความสามารถ ฝันสูง ฝันเฟื่อง เกือบๆฟุ้งซ่านว่างั้น อีกภาษาเขาเรียก vision คือวิสัยทัศน์ คนมีวิสัยทัศน์คือคนช่างฝันนั่นเอง แต่ต่างกับพวกฝันกลางวันอยู่อย่างครับ เพราะคนมีวิสัยทัศน์จะทำอย่างหลังด้วย คือฝันเสร็จแล้ว ก็ทำให้สิ่งที่ทำได้ไปด้วย คนที่นอนฝันอย่างเดียวไปไหนไม่ไกลกว่าเตียงตัวเองครับ คนที่ลงมือทำต่างหากคือคนที่ไปต่อได้
เช่น ฝันว่าอยากไปเรียนวิศวกรรมที่ยุโรป แต่ไม่ยอมอ่านหนังสือ ไม่ทำการบ้าน ไม่สนใจการสอบ เอาแต่นั่งหาข้อมูลมหาวิทยาลัยแล้วฝันว่าจะหาทุนไปต่อได้ งี้ก็แป็กสิครับพี่น้อง
ผมเป็นคนชอบเตรียมตัวล่วงหน้า เป็นนิสัยที่ก็มีข้อดีอยู่บ้างแต่ก็อันตราย เพราะเผลอตัวปั๊บ เราก็จะมีชีวิตอยู่กับอนาคตแล้วลืมปัจจุบันไป อนาคตที่ไม่มีปัจจุบันมันไม่เกิดขึ้นหรอกครับ สิ่งที่ทำให้อนาคตเกิดคือตอนนี้ เราต้องสนใจทุกวันนี้ของเราเพราะจริงๆวันนี้ต่างหากที่สำคัญกว่าอนาคต
ดังนั้นวันนี้จงเรียนให้ดี วันนี้จงให้ความสนใจกับการเพิ่มพูนความรู้ วันนี้ต้องหาประสบการณ์ใส่ตัวให้มาก วันนี้เราต้องไม่ทิ้งโอกาสที่คนรอบข้างหยิบยื่นให้
มีกิจกรรมที่น่าสนใจให้เข้าร่วม มีหัวข้อที่สนใจให้ค้นคว้า มีโปรเจ็กที่น่าสนให้โจนเข้าใส่ เพราะใครจะไปรู้ล่ะครับว่าบางสิ่งที่เราทำวันนี้อาจช่วยให้เราได้เจออนาคตที่เราต้องการก็ได้
เพื่อนผมเรียนทางดีไซน์หรือพวกกราฟฟิกกันเยอะ สิ่งที่เขาทำกันประจำคือปั่น portfolio ครับ พูดง่ายๆคือขยันทำงานที่ช่วยเชิดหน้าชูตา ลงแข่งขันบ้าง ประกวดนั่นนี่บ้าง ฝึกงานบ้าง บางงานก็รู้ล่ะครับว่าเสียมากกว่าได้ (เพราะเขาไม่ออกค่าวัสดุอุปกรณ์อะไรให้ หรือให้ก็แค่จึ๋งเดียว) รางวัลน่ะไม่ได้หวัง แต่หวังว่างานชิ้นนี้จะสามารถเอาแนบไปกับใบสมัครแล้วบอกคนอื่นได้ว่า นี่ไง ความสามารถของฉันเป็นอย่างนี้ คุณสนใจหรือเปล่า
นี่ก็เป็นเรื่องสำคัญอีกอย่างนะครับไม่ว่าเวลาสมัครเรียนหรือสมัครงาน ทุกที่ก็อยากได้คนดีมีความสามารถกันทั้งนั้น แต่เราไปโม้เขาปากเปล่าเขาไม่สนใจหรอกครับ ใครก็โม้ได้ ต้องเอาหลักฐานไปให้ดู ไม่มีอะไรเป็นหลักฐานยืนยันความสามารถของเราที่ดีไปกว่างานที่เราเคยทำมา ความดีที่เราพูดเองก็ไม่เท่าที่คนอื่นพูดถึงเราหรอกครับ
ของพวกนี้เรียกว่าเครดิตครับ ต้องหัดสะสมไว้ เพราะต่อไปเราก็ต้องใช้เจ้าเครดิตนี่เรื่อยๆ คนอื่นเขาจะยอมเสี่ยงบางอย่างกับเรา เช่นให้ทุนการศึกษาเพื่อให้เราเรียนต่อในมหาวิยาลัยที่แพงหูดับ หรือให้ทำงานสำคัญๆ ก็เพราะเครดิตที่เก็บมาแต่เก่าก่อนบอกเขาว่าเราไว้ใจได้
ต้องขยัน นิสัยนี้ต้องฝึกครับ เพราะการขี้เกียจมันสบายมากๆ ยั่วใจสุดๆ หลงเข้าหามันได้ง่ายมาก รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปแต่ได้อะไรกลับมาไม่มากนัก portfolio ที่ว่างเปล่าช่วยคนเก่งไม่ได้หรอกนะครับ
ภาษิตจีนเขาว่า เดินทางหมื่นลี้ต้องเริ่มด้วยก้าวแรก การทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ต้องอาศัยการทำสิ่งที่เป็นไปได้หลายๆสิ่งครับผม
Recent Comments